ขออนุญาตนำเสนอ มาตรการช่วยเหลือ ผู้ประกอบการ ลูกจ้าง และประชาชน สู้ภัย โควิด 19 โดย น้องโบบิ

แชร์

เรียน ท่านนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่นับถือ

แผนทำมาหารวย สู้ภัยโควิด 19 ของโบบิ

7. ให้สินเชื่อดอกเบี้ย 2 % ต่อปี แบบไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน แก่ผู้ประกอบการ และลูกจ้าง ที่ขาดสภาพคล่อง วงเงินตามที่เคยเสียภาษีทุกชนิดมาทั้งหมด

8. ให้สินเชื่อดอกเบี้ย 3 % ต่อปี แบบไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน วงเงินตามความสามารถในการผลิต เพื่อผลิตอุปกรณ์ทางการแพทย์ทุกชนิดที่โลกขาดแคลน สร้างรายได้เข้าประเทศ ปีละ 5 ล้านล้านบาท

9. ให้สินเชื่อดอกเบี้ย 4 % แบบไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน เพื่อผลิตอาหารส่งออกทั่วโลก ขายคน 3 พันล้านคนที่กำลังขาดแคลนอาหารอย่างรุนแรง วงเงินตามคำสั่งซื้อ และความสามารถในการผลิต สร้างรายได้เข้าประเทศ ปีละ 100 ล้านล้านบาท

9.1 จ้างสายการบินในประเทศ บินส่งอาหารสำเร็จรูปไทย ให้ชิมฟรีฟรีทั่วโลก เพื่อโฆษณาอาหารไทยแล้วรับคำสั่งซื้อมหาศาล

9.2 สนับสนุนการวิจัยอาหารไทยสำเร็จรูประดับพรีเมี่ยม ให้ถูกปากคนอินเดีย และจีน 1 พันล้านคน ที่มีกำลังซื้อสูง เพื่อขยายตลาด

10. ให้สินเชื่อดอกเบี้ย 5 % แบบไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน ส่งเสริมการวิจัยสมุนไพรไทย เพื่อใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ในระดับโลก สร้างรายได้เข้าประเทศ ปีละ 5 ล้านล้านบาท

11. พัฒนาศักยภาพในการทำมาหากิน ผ่านระบบออนไลน์ ให้คนไทยทั้งประเทศ สามารถทำเว็บไซต์ และดิจิตอลมาร์เก็ตติ้ง ผ่านมือถือได้

12. การบริการจัดการน้ำ เพื่อป้องกัน แก้ไขภัยแล้งฉุกเฉิน :

12.1 ขุดสระธนาคารน้ำใต้ดินแบบเปิด เจาะลึก 30 เมตร ไม่น้อยกว่า 3 % ของที่ดิน เพื่อให้มีน้ำใช้จากใต้ดินตลอดปี

12.1.1 การขุดยามแล้ง ทำได้เฉพาะพื้นที่ ที่มีแหล่งน้ำใต้ดิน

12.1.2 การขุดหน้าฝน สามารถทำได้ในทุกพื้นที่ ป้องกันได้ทั้งน้ำท่วม และภัยแล้ง

12.2 เวนคืนที่ดิน ที่ถูกน้ำท่วมเป็นประจำ ทั่วประเทศ ในราคาที่เป็นธรรมต่อทุกฝ่าย แล้วขุดให้กว้าง ยาว ลึกที่สุด เพื่อทำเป็นธนาคารน้ำใต้ดินขนาดยักษ์ สำหรับเก็บน้ำส่วนเกินในหน้าฝน พร้อมระบบสูบน้ำให้ประชาชนในหน้าแล้ง

12.3 ถ้าใช้พื้นที่ 5 ล้านไร่ ขุดสระธนาคารน้ำใต้ดินแบบเปิด น้ำน่าจะท่วมน้อยลงมากแถมยังมีน้ำปริมาณมหาศาลไว้ใช้เพิ่มผลิตผลทางการเกษตร และเลี้ยงปลา ในยามแล้งได้อย่างเหลือเฟือ โดยไม่ต้องสร้างเขื่อน

13. พื้นที่ในเมือง ให้สร้างแท็งค์เก็บน้ำใต้ดินขนาดยักษ์ เพื่อประหยัดค่าเวนคืนที่ดิน

13.1 เก็บน้ำส่วนเกินยามหน้าฝน พร้อมอุโมงค์ระบายน้ำขนาดยักษ์ เชื่อมกับแม่น้ำ ลำคลอง เพื่อระบายน้ำส่วนเกิน

14. สร้างสะพานขนาดใหญ่ แทนถนนที่ถูกกระแสน้ำเซาะทำลาย ทุกพื้นที่ทั่วประเทศ พร้อมระบบประตูระบายน้ำอัตโนมัติ ที่มีระบบตรวจวัดระดับน้ำ และระบบวัดอัตราการไหลของน้ำ ด้วยระบบ GPS เพื่อแจ้งเตือนน้ำท่วมเฉียบพลัน แบบเชิงรุก

15. ปัญหาน้ำท่วมและภัยแล้ง ต้องแก้ไขไปพร้อมกันอย่างเบ็ดเสร็จ เด็ดขาดในคราวเดียว ครับ

16. พัฒนาการทำมาหารวย และหารายได้เข้าประเทศ จากการขายสินค้า + บริการ คุณภาพสูง ให้เศรษฐี 1 พันล้านคนทั่วโลกจนคนทั้งประเทศ มีรายได้เฉลี่ยครัวเรือนละ 1 ล้านบาทต่อปี โดยมีเป้าหมายดังต่อไปนี้

16.1 สร้างคนจน ให้เป็นคนรวย

16.2 พัฒนาคนที่รวยอยู่แล้ว ให้รวยยิ่งขึ้น

16.3 ทำให้คนไทยทุกคน มีความเชื่อและกล้าทำเรื่องยาก ให้เป็นไปได้

17. วางระบบบริหารจัดการน้ำแบบผสมผสาน เพื่อป้องกันน้ำท่วมและภัยแล้ง แบบเบ็ดเสร็จ

18. ส่งพนักงานขาย 1 หมื่นคน ออกไปขายสินค้าใน 193 ประเทศทั่วโลก

19. เชิญบริษัททัวร์ระดับไฮเอนด์จากทุกประเทศ มาเยี่ยมชมแหล่งท่องเที่ยวทั่วไทย

20. เชิญผู้จัดจำหน่ายสินค้าระดับไฮเอนด์จากทุกประเทศ มาเยี่ยมชมสินค้าระดับไฮเอนด์ของไทย

21. ตัวอย่างการเสนอขายสินค้าและบริการแบบครบวงจร ให้กับผู้ทำธุรกิจอาหาร ท่องเที่ยว อสังหาริมทรัพย์ในทุกประเทศ

21.1 จัดงานขายสินค้าไทย

21.2 เลี้ยงอาหารไทย

21.3 ขายสินค้าไทย เช่น ข้าวสาร ข้าวสวยกระป๋อง หม้อหุงข้าว กับข้าวกระป๋อง ผัก ผลไม้ ธัญพืช สมุนไพร

21.4 ขายทัวร์ท่องเที่ยว พ่วงทัวร์สุขภาพ และทัวร์หลังเกษียณ

21.5 เชิญผู้ทำธุรกิจอาหาร ท่องเที่ยว อสังหาริมทรัพย์ มาอบรมเรื่องการทำธุรกิจกับประเทศไทย โดยเป็นแขกของรัฐบาล สนับสนุนโดยภาคเอกชน

22. โครงการฝึกอาชีพ พร้อมเงินทุนหมุนเวียน 10 ล้านคน สร้างรายได้ปีละ 10 ล้านล้านบาท

22.1 สำรวจความต้องการสินค้าและบริการของตลาดในแต่ละพื้นที่ แล้วเพิ่มพื้นที่ประกอบอาชีพให้เพียงพอกับขนาดของตลาด ทั้งแบบออนไลน์และออฟไลน์

22.2 เปิดให้ประชาชนลงทะเบียนเรียนในแต่ละพื้นที่ ใครสอบผ่าน รัฐให้สินเชื่อแบบใช้บุคคลค้ำประกัน คนละ 1 ล้านบาท จำนวนตามงบประมาณที่มี อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 6 ต่อปี ผ่อนชำระ วันละ 500 บาท

22.3 วิธีนี้จะช่วยสร้างรายได้อย่างยั่งยืน และขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้อีกหลายล้านล้านบาท ครับ

22.4 สร้างระบบขายก่อนปลูก สินค้าเกษตร ทั้งสดและแปรรูป ทุกคุณภาพ จนเกษตรกรร่ำรวย จนมีรายได้ปีละ 100 ล้านล้านบาท

22.5 พัฒนาเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวระดับโลก ให้มีรายได้ปีละ 30 ล้านล้านบาท

22.6 พัฒนาเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ ระดับโลก ให้มีรายได้ปีละ 20 ล้านล้านบาท

22.7 พัฒนาเป็นศูนย์หลังเกษียณโลก ที่คุ้มค่าที่สุด จนทุกคนจากทั่วโลก อยากมาใช้ชีวิตในบั้นปลาย เพื่อสร้างรายได้ปีละ 100 ล้านล้านบาท เข้าประเทศ โดยจัดโซนนิ่งทั่วประเทศ ตามกลุ่มประเทศ : แต่ละกลุ่มประเทศชอบไม่เหมือนกัน บางประเทศไม่ถูกกัน เช่น นอร์เวย์ ไม่ถูกกับ สวีเดน

22.7.1 อสังหาริมทรัพย์จะโตแบบก้าวกระโดด

23. วิธีทำให้ยางพารา ขายได้ราคาสูง และเกษตรกรมีกำไรดี :

23.1 ยางพารา ปลูกได้ดีในไม่กี่ประเทศ

23.2 ยางพาราของประเทศไทย มีคุณภาพดีที่สุดในโลก

23.3 เราจำเป็นต้องปล่อยให้จีนและผู้ซื้อยางพาราอื่นๆ ในสมาคมประเทศผู้ผลิตยางธรรมชาติ ( ANRPC ) กดราคาซื้อยางพารา ในราคาต่ำสุดต่อไปอีกระยะหนึ่ง จนกว่าทางรัฐบาลของเรา จะสามารถ
จัดตั้ง สมาคมประเทศผู้ส่งออกยางพารา เพื่อฮั้วราคายาง และควบคุมพื้นที่การปลูกยางพารา ได้สำเร็จ

23.4 เมื่อเราตั้ง สมาคมประเทศผู้ส่งออกยางพารา ได้มั่นคง จนควบคุมปริมาณการผลิตยางพาราและราคาได้แล้ว จึงค่อยพิจารณาลาออกจาก ANRPC

23.5 ถ้า สมาคมประเทศผู้ส่งออกยางพารา สามารถควบคุมพื้นที่การปลูกยางพารา ได้สำเร็จ ก็จะมีอำนาจเหนือตลาด สามารถกำหนดราคายางพารา รายละเอียดการชำระเงิน การจัดส่ง ได้ตามใจชอบ รวมถึงใช้ควบคุมต่อรองกับประเทศคู่ค้าได้อีกด้วย เช่น ขายยางพาราพ่วงข้าว

23.6 ถ้าควบคุมปริมาณการผลิตยางพาราไม่ได้ ก็ควบคุมราคาไม่ได้ครับ

23.7 ประเทศไทยมีความอุดมสมบูรณ์มากที่สุดในโลก เราจึงมีความพร้อมที่จะเป็นมหาอำนาจทางการเกษตรอันดับ 1 ของโลก ได้โดยลงทุนน้อยกว่าทุกประเทศ แต่เกษตรกรของเราส่วนใหญ่กลับยากจน ปัญหาเหล่านี้สามารถแก้ไขได้ โดยใช้งบประมาณไม่มาก และใช้เวลาไม่นาน ถ้ามีระบบบริหารจัดการที่ดี พร้อมการตลาดที่ชาญฉลาด ครับ

24. วิธีขายพืชผลให้ได้ราคาดี โดยรัฐไม่ต้องใช้เงินภาษีไปรับซื้อในราคาเกินจริง :

24.1 รัฐตั้งทีมการตลาด ส่งออกไปสำรวจความต้องการซื้อผลิตผลทางการเกษตรอย่างละเอียดใน 165 ประเทศทั่วโลก ว่าต้องการสายพันธุ์ไหน เกรดใด ขนาดเท่าไหร่ จำนวนกี่ตัน ราคาเท่าไหร่ ระดับความสุก แล้วอัพเดทลงฐานข้อมูลกลางทุกเดือน

24.2 รัฐวิจัยดินทั่วประเทศว่า พื้นที่ไหน เหมาะจะปลูกพืชชนิดไหน อย่างไรบ้าง เพื่อลดต้นทุนการบำรุงดินที่ไม่จำเป็น แล้วบันทึกข้อมูลลงในฐานข้อมูลคอมพิวเตอร์ออนไลน์

24.3 รัฐวิจัยพันธุ์พืช ให้ได้สายพันธุ์ที่ตรงตามความต้องการของตลาดมากที่สุด

24.4 รัฐให้ทีมนักบัญชีและผู้เชี่ยวชาญด้านการปลูกพืชแต่ละชนิด ที่เก่งที่สุด คำณวนว่าพืชชนิดไหน สามารถทำกำไรสูงสุด ถึงต่ำสุดตามลำดับ เพื่อจัดลำดับคววามสำคัญในการเพาะปลูก ตามคุณภาพและปริมาณ

24.5 รัฐให้เกษตรกรแต่ละคน ทดลองปลูก แล้วให้นักการตลาด ส่งตัวอย่างผลผลิตออกไปทั่วโลก ให้ผู้สนใจสั่งซื้อชิม แล้วเปิดจองทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้า โดยมอบส่วนลดพิเศษให้ผู้ซื้อที่ชำระเงินทั้งหมดล่วงหน้า ภายใต้เงื่อนไขการรับประกันคุณภาพ และระยะเวลาการส่งมอบสินค้าที่ชัดเจน

24.6 รัฐรวบรวมคำสั่งซื้อ ด้วยระบบคอมพิวเตอร์ออนไลน์ แล้วให้เกษตรกรมาลงทะเบียน ตามคุณภาพดิน แหล่งน้ำ และพัฒนาความรู้ เพื่อดำเนินการเพาะปลูก ในจำนวนจำกัด ตามโควต้าการสั่งซื้อพืชผลแต่ละชนิด ภายใต้การควบคุมคุณภาพอย่างเข้มงวด โดยรัฐบาลรับประกันราคารับซื้อในอัตรา 80 % ของราคาในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ตามจำนวนผลผลิต ที่ได้ลงทะเบียนไว้

24.7 เมื่อผลผลิตพร้อมส่งมอบ รัฐต้องตรวจสอบคุณภาพอย่างละเอียด แล้วส่งออกทั่วโลก โดยเกษตรกรต้องเสียภาษีเงินได้ เพื่อเป็นเงินทุนในการพัฒนาเกษตรปลอดสารพิษคุณภาพสูงที่ขายได้ราคาต่อไป

24.8 หลังเก็บเกี่ยว เกษตรกรต้องบำรุงดิน ให้อุดมสมบูรณ์ เพื่อเพาะปลูกพืช ตามคำสั่งซื้อต่อไป

24.9 กระบวนการเหล่านี้ ใช้งบประมาณน้อยกว่าการทุ่มเงินรับซื้อผลิตผลทางการเกษตร ในราคาสูงกว่าราคาตลาด

25. เก็บภาษีอย่างไรให้ได้เพิ่มขึ้น 10 เท่า โดยภาคประชาชนและภาคธุรกิจ เสียภาษีลดลง ด้วยการเปลี่ยนระบบหักลดหย่อนภาษี ให้ต้องใช้ใบกำกับภาษีมูลค่าเพิ่มได้อย่างไม่จำกัด