กลุ่มไทยทวีคูณ เพื่อความร่ำรวยของคนไทยทุกคน คลิก
รายการคุยแล้วรวยกับโบบิ คลิก

ทำมาหารวยกับโบบิ ตอน หนุนใจไทย สู้ภัยโควิด 19

แชร์

ผมเชื่อว่า คนไทยมีกึ๋น ถ้าลองตั้งใจทำอะไรแล้ว เราพัฒนาสินค้า และบริการ สู้ทุกชาติในโลกได้ และผมก็ภูมิใจที่ได้พิสูจน์ให้โลกรู้ว่า คนไทยทำแว่นโปรเกรสซีฟอัจฉริยะได้ดีที่สุดในโลก

ขอส่งพลังแห่งความเชื่อนี้ ไปถึงทุกท่าน โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ ให้ลุกขึ้นมามีความฝันจะเป็นผู้ประกอบการระดับโลก ที่ทั้งโลกยอมรับ และผมมั่นใจว่า รัฐบาลนี้จะสนับสนุนพวกเราอย่างเต็มที่ ในการโกยเงินเข้าประเทศ ทุกสถานการณ์

ถ้าเกิดเราทำอะไรก็ตาม เราแค่ตั้งใจว่าทำให้ดีขึ้นทุกวันแค่นั้น เวลาอาจจะผ่านไปเป็นปี 10 ปี หรืออาจจะหลายสิบปี เพียงตื่นขึ้นมาเช้าวันหนึ่ง จะพบว่าเรากลายเป็นคนที่ทำได้ดีที่สุดในโลกไปแล้วให้ตั้งเป้าไว้เลยว่าพรุ่งนี้เราต้องทำให้ดีกว่าวันนี้

" ถ้าเชื่อ ก็ทำได้ทุกสิ่ง "

TV ทำมาหารวยกับโบบิ ตอน หนุนใจไทย สู้ภัยโควิด 19

มาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการ และลูกจ้าง สู้ภัย โควิด 19 โดยโบบิ เสนอท่านนายกรัฐมนตรี :

หนุนใจ สู้ภัย โควิด 19 :

1. ขอบคุณทีมงาน โควิด 19 ทุกท่าน ที่เสียสละในการดูแล ควบคุม ป้องกัน โควิด 19 ให้แพร่ระบาดในวงจำกัด

2. ขอพระเจ้าเสริมกำลังท่านนายกตู่ คณะรัฐมนตรี บุคลากรทางการแพทย์ และทีมงานทุกท่าน ให้สามารถควบคุมไวรัส โควิด 19 ได้โดยเร็ว ให้สูญเสียน้อยที่สุด

2.1 เราจะรอดจากสถานการณ์
ไวรัสโควิด-19

2.2 บ่ายของวันที่ 16 มีนาคม 2563 การประชุม ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ เป็นประธาน กับคณะบุคคลระดับอาจารย์หมอของเมืองไทย

1) ศ.นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาธร อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล
อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

2) ศ.นพ.อุดม คชินทร อดีตคณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล
อดีตรมช.กระทรวงศึกษาฯ

3) ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านไวรัสวิทยา จากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์
นักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ สาขาวิทยาศาสตร์การแพทย์"

4) ศ.นพ.อมร ลีลารัศมี
อาจารย์แพทย์อายุรศาสตร์
นายกแพทยสมาคม

5) ศ.พญ.สมศรี เผ่าสวัสดิ์
นายกแพทยสภา

ในการให้คำปรึกษาถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19

2.3 พวกเขาไม่ใช่แค่บรมครูของหมอทั้งประเทศ หากแต่ยังมีชื่อเสียงระดับโลกด้านวงการแพทย์อีกด้วย

2.4 เราจึงเห็นมาตรการต่างๆ ของรัฐบาลออกมา โดยเฉพาะกับการประกาศไม่ให้สงกรานต์ 13-15 เมษายนนี้ ซึ่งมันมีความหมายอย่างมากต่อการหยุดแพร่ระบาด เพราะมาตรการนี้จะช่วยให้เกิดการหยุดยั้งการเคลื่อนย้ายคน อันเป็นอีกปัจจัยของการกระจายไวรัส

2.5 "เราจะหยุดยั้งการเคลื่อนย้ายของประชากรได้อย่างไร ปีนี้ขอโยกย้ายปีใหม่ของไทย ในช่วงสงกรานต์ ให้ไม่เป็นวันหยุด แล้วเมื่อโรคสงบแล้ว ค่อยหยุดชดเชยให้แทนช่วงที่มีการระบาดของโรค ถ้าเป็นเช่นนี้ทุกคนจะต้องยอมรับ สังคมเราก็น่าจะยอมรับได้ อีกประการหนึ่ง social distance

2.6 การรวมกันของคนหมู่มาก ทุกคนจะต้องเข้าใจ ว่าจะเป็นแหล่งของการกระจายโรคอย่างรวดเร็ว (super spread) งานสังคมจำเป็นที่จะต้องงด การจัดประชุมวิชาการ ก็ต้องหาทางออกด้วย tele-conference สนามมวย การแข่งขันกีฬาต่างๆ โรงเรียนกวดวิชาก็จะต้องปิดการสอน เพื่อลดการระบาดของโรคให้ได้"

2.7 ปรากฏออกมาว่าพล.อ.ประยุทธ์ "ฟัง" คำแนะนำของบรมครูของหมอเมืองไทย ก็น่าจะพอทำให้ความสบายใจเกิดขึ้นในความรู้สึกของคนไทยได้บ้าง

3. แน่นอนว่าในฐานะคนไทยด้วยกัน ก็ต้องปฏิบัติตามเช่นกัน เพราะเชื่อได้ว่าทุกมาตรการที่เสนอออกมาเพื่อควบคุมไวรัสจากรัฐบาล มันต้องถูกคัดกรองจากคนมีความรู้มีความสามารถมาแล้ว

4. ขอพระเจ้าเสริมพลังใจ ให้ผู้ประกอบการและลูกจ้างทุกท่าน พลิกวิกฤติ โควิด 19 ให้เป็นโอกาส สร้างรายได้จนร่ำรวยกันทั่วหน้า พร้อมกับช่วยคน 1 พันล้านคนทั่ว
โลก ให้อิ่มอร่อยกับอาหารไทย จนติดใจสั่งซื้อเพิ่มเป็นประจำอีกเดือนละ 4 ล้านล้านบาท = ปีละ 48 ล้านล้านบาท ทำให้ทั่วโลกรู้ว่า อาหารไทย อร่อยที่สุดในโลก

5. ขอบคุณมาตรการเยียวยาทางเศรษฐกิจ โควิด 19 จากรัฐบาล ระยะที่ 1 :

1. ด้านการเงิน 4 มาตรการ

1.1 สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการ โดยธนาคารออมสิน 150,000 ล้านบาท อัตราร้อยละ 2 ต่อปี ระยะเวลา 2 ปี วงเงินสูงสุดต่อราย ไม่เกิน 20 ล้านบาท

1.2 พักต้นเงินลดดอกเบี้ยและขยายระยะเวลาชำระหนี้

1.3 เพิ่มความยืดหยุ่นในการอนุมัติเงินกู้

1.4 สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ เพื่อส่งเสริมการจ้างงาน ของสำนักงานประกันสังคม วงเงิน 30,000 ล้านบาท ให้แก่สถานประกอบการ

2. มาตรการภาษี 4 มาตรการ ดังนี้

2.1 ลดภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย จากอัตราร้อยละ 3 เหลืออัตราร้อยละ 1.5

2.2 มาตรการภาษีเพื่อลดภาระดอกเบี้ยจ่ายของผู้ประกอบการ หักรายจ่ายได้ 1.5 เท่า

2.3 ส่งเสริมเสถียรภาพของการจ้างงาน หักรายจ่ายค่าจ้างได้ 3 เท่า

2.4 เร่งคืนภาษีมูลค่าเพิ่มให้แก่ผู้ประกอบการ

3. มาตรการช่วยเหลืออื่น ๆ 4 มาตรการ

3.1 บรรเทาภาระการจ่ายค่าน้ำค่าไฟ

3.2 ลดเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคม

3.3 บรรเทาภาระ ค่าธรรมเนียม ค่าเช่า ค่าตอบแทนในการให้บริการ

3.4 เพิ่มประสิทธิภาพการใช้จ่ายเงินงบประมาณ

3.5 สร้างความเชื่อมั่นในระบบตลาดทุน

3.6 ให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ได้รับผลกระทบจากโรคติดเชื้อไวรัส โควิด-19 ในการคงการจ้างงาน รวมถึงการพัฒนาศักยภาพของผู้ที่ได้รับผลกระทบจากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา

มาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการ และลูกจ้าง สู้ภัย โควิด 19 โดยโบบิ เสนอท่านนายกรัฐมนตรี :

1. ออกพันธบัตรรัฐบาล 10 ล้านล้านบาท : เพื่อเป็นเงินทุนในการฟื้นฟูประเทศ แบบทวีคูณ

2. ช่วยเหลือ ผู้ประกอบการและลูกจ้าง จาก COVID 19 ตามหลักฐานการเสียภาษี ดังนี้ :

2.1 ให้เงินยังชีพตามภาษีที่เสียตลอดปีที่แล้ว

2.2ให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ วงเงินตามภาษีที่เคยเสียมาทั้งหมด

3. จัดอาหาร และน้ำดื่ม ฟรี

4. ยกเว้นค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเช่า ภาษี

5. ยกเว้นค่าเช่า ค่าเช่าอุปกรณ์ ค่าบริการ ถึงสิ้นปี โดยผู้เช่า สามารถนำมาหักเป็นค่าใช้จ่ายได้ 2 เท่า

แผนทำมาหารวย สู้ภัยโควิด 19 ของโบบิ

1. เพื่อให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ แก่ผู้ประกอบการ และลูกจ้าง ที่ขาดสภาพคล่องจากการปิดประเทศ

2. เสนอรัฐบาลให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ และสนับสนุนการตั้งโรงงานผลิตหน้ากากอนามัยแบบครบวงจร 100 % ให้มีกำลังการผลิตเพิ่มขึ้น 100 เท่า ถ้าเหลือใช้ในประเทศเกิน 1 ปี อาจพิจารณาส่งออก

3. เสนอรัฐบาลให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ และสนับสนุนการตั้งโรงงานผลิตอุปกรณ์ทางการแพทย์ เพื่อใช้ในประเทศ และส่งออก

4. ให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำผลิตอาหารส่งออกทั่วโลก

5. ส่งเสริมการวิจัย และปลูกฟ้าทะลายโจร
ส่งตัวอย่างยาฟ้าทะลายโจร พร้อมผลการวิจัย ไปให้ทั่วโลกทดลองใช้
ถ้าเหลือใช้มาก จึงส่งออก

ผลิตอาหาร ช่วยไทย ช่วยโลก ต้านภัยโควิด 19 ทำเงินปีละ 10 ล้านล้านบาท :

1. การเพิ่มกำลังการผลิต ทำได้ทันที แค่เดินเครื่องเต็มกำลัง

2. วัตถุดิบเรามีเหลือเฟือ

3. ดัดแปลงโรงงานทั้งหมด ที่สายการผลิตว่าง มาผลิตอาหาร

4. สร้างโรงงานผลิตอาหารเทคโนโลยีต่ำ เพิ่มทั่วประเทศ เพื่อสร้างงาน

5. ดัดแปลงโรงแรม เป็นสถานพยาบาล และศูนย์กักกันโรค

6. นโยบายพัฒนาการทำมาหารวยของคนไทย ในทุกระดับชั้น ของโบบิ โดยค้าขายกับคนมีกำลังซื้อสูงที่สุด 1 พันล้านคนแรกทั่วโลก มีกำลังซื้อรวมกันมากกว่าปีละ 500 ล้านล้านบาท ให้คนไทยมีรายได้รวมกัน = 100 ล้านล้านบาท เฉลี่ยมากกว่าครัวเรือนละ 1 ล้านบาท = เดือนละ 9 หมื่นบาท = วันละ 3,000 บาท

6.1 ขายสินค้าด้านการเกษตรปลอดสารพิษ ด้วยระบบขายก่อนปลูก ทำรายได้เข้าประเทศปีละ 20 ล้านล้านบาท

6.2 พัฒนาเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวไฮเอนด์ระดับโลก ให้มีรายได้ปีละ 20 ล้านล้านบาท หลังพ้นวิกฤติ โควิด 19

6.3 พัฒนาเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ระดับโลก ให้มีรายได้ปีละ 10 ล้านล้านบาท

6.4 พัฒนาเป็นศูนย์หลังเกษียณโลกสำหรับ เพื่อสร้างรายได้ปีละ 30 ล้านล้านบาท เข้าประเทศ

6.5 ผลิตสินค้าคุณภาพสูง รวมเป็นรายได้ 20 ล้านล้านบาท

6.6 โครงการคลองไทย ศูนย์กลางการค้าระดับโลก ความยาว 137 กิโลเมตร ร่วมทุนกับสิงคโปร์ สร้างรายได้ปีละ 40 ล้านล้านบาท

รวมเป็นรายได้เข้าประเทศปีละ = 140 ล้านล้านบาท

นโยบายเรื่อง : แผนหารายได้เข้ารัฐ ด้วยการเปลี่ยนระบบหักลดหย่อนภาษี เพื่อให้เก็บภาษีมูลค่าเพิ่มได้มากขึ้นอย่างน้อย 10 เท่า

1. เปลี่ยนระบบการหักลดหย่อนภาษีของบุคคลธรรมดา และการหักค่าใช้จ่ายของนิติบุคคล ในแต่ละปีทุกชนิด

1.1 บุคคลธรรมดา : เปลี่ยนจาก เดิมที่ไม่ต้องใช้ใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบ เป็นต้องใช้ใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบ

1.1.1 สามารถหักค่าใช้จ่ายได้เต็มทุกรายการ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายต้องห้าม แต่ไม่เกินกว่ารายได้ต่อปี ทั้งบุคคลธรรมดา คณะบุคคล และนิติบุคคล

1.2 จะทำให้การจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม พุ่งขึ้นหลายเท่ารัฐ จนมีงบประมาณเพิ่มขึ้นทันที มากกว่า 10 ล้านล้านบาท

1.3 บุคคลธรรมดา และนิติบุคคล จะซื้อสินค้าและบริการ ที่มีใบกำกับภาษีมากขึ้นหลาย 10 เท่า เพื่อนำไปหักเป็นค่าใช้จ่าย สำหรับลดภาษีเงินได้

1.4 ผู้ประกอบการที่สามารถออกใบกำกับภาษีได้ จะมียอดขายเพิ่มขึ้นทันทีหลายเท่า

1.5 ผู้ประกอบการที่ไม่สามารถออกใบกำกับภาษีได้ จะยอมเข้าสู่ระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม เพื่อเพิ่มยอดขาย

1.6 บุคคลธรรมดา และนิติบุคคล จะใช้จ่ายแบบมีใบกำกับภาษีเพิ่มขึ้นทันที เพราะไม่มีค่าใช้จ่ายต้องห้ามอีกต่อไป สามารถหักค่าใช้จ่ายได้เต็มทุกรายการ ตามรายได้จริง

1.7 บุคคลธรรมดา และนิติบุคคล ที่เคยเลี่ยงภาษี ด้วยการกระจายรายได้ในชื่ออื่น จะเปลี่ยนมาแจ้งรายได้ตามจริง แล้วใช้วิธีหักค่าใช้จ่ายที่มีใบกำกับภาษีแทน

2. รัฐจะให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำแก่ผู้ประกอบการที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม วงเงินกู้ตามยอดภาษีมูลค่าเพิ่มที่นำส่งในแต่ละปี เพื่อเป็นทุนหมุนเวียนในธุรกิจ เฉพาะสำหรับผู้ประกอบการที่ยื่นเสียภาษีตามรายได้จริง โดยคิดอัตราดอกเบี้ย ดังต่อไปนี้

2.1 มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน : อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 3 ต่อปี ระยะเวลาผ่อนชำระ 3 ปี

2.2 แบบนิติบุคคลค้ำประกัน : อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 6 ต่อปี ระยะเวลาผ่อนชำระ 3 ปี

2.3 แบบกลุ่มบุคคลค้ำประกัน : อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 9 ต่อปี ระยะเวลาผ่อนชำระ 3 ปี

3. บุคคลธรรมดาและนิติบุคคลรายได้สูงมาก ที่เคยเลี่ยงภาษีด้วยการกระจายเงินได้ในชื่อบุคคลอื่น หรือนิติบุคคลอำพราง จะหันมายื่นเสียภาษี
ตามรายได้จริง โดยใช้วิธีหักลดหย่อนภาษี ด้วยใบกำกับภาษีซื้อแทน ทำให้เก็บภาษีมูลค่าเพิ่มได้อีกหลาย 10 เท่า

แผนทำมาหารวย สู้ภัยโควิด 19 ของโบบิ

1. เพื่อให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ แก่ผู้ประกอบการ และลูกจ้าง ที่ขาดสภาพคล่องจากการปิดประเทศ

2. เสนอรัฐบาลให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ และสนับสนุนการตั้งโรงงานผลิตหน้ากากอนามัยแบบครบวงจร 100 % ให้มีกำลังการผลิตเพิ่มขึ้น 100 เท่า ถ้าเหลือใช้ในประเทศเกิน 1 ปี อาจพิจารณาส่งออก

3. เสนอรัฐบาลให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ และสนับสนุนการตั้งโรงงานผลิตอุปกรณ์ทางการแพทย์ เพื่อใช้ในประเทศ และส่งออก

4. ให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำผลิตอาหารส่งออกทั่วโลก

5. ผลิตอาหาร ช่วยไทย ช่วยโลก ต้านภัยโควิด 19 ทำเงินปีละ 10 ล้านล้านบาท :

5.1 การเพิ่มกำลังการผลิต ทำได้ทันที แค่เดินเครื่องเต็มกำลัง

5.2 วัตถุดิบเรามีเหลือเฟือ

5.3 ดัดแปลงโรงงานทั้งหมด ที่สายการผลิตว่าง มาผลิตอาหาร

5.4 สร้างโรงงานผลิตอาหารเทคโนโลยีต่ำ เพิ่มทั่วประเทศ เพื่อสร้างงาน

5.5 จ้างสายการบินในประเทศ บินส่งอาหารสำเร็จรูปไทย ให้ชิมฟรีฟรีทั่วโลก เพื่อโฆษณาอาหารไทยแล้วรับคำสั่งซื้อมหาศาล

6. นโยบายพัฒนาการทำมาหารวยของคนไทย ในทุกระดับชั้น ของโบบิ โดยค้าขายกับคนมีกำลังซื้อสูงที่สุด 1 พันล้านคนแรกทั่วโลก มีกำลังซื้อรวมกันมากกว่าปีละ 500 ล้านล้านบาท ให้คนไทยมีรายได้รวมกัน = 100 ล้านล้านบาท เฉลี่ยมากกว่าครัวเรือนละ 1 ล้านบาท = เดือนละ 9 หมื่นบาท = วันละ 3,000 บาท

6.1 ขายสินค้าด้านการเกษตรปลอดสารพิษ ด้วยระบบขายก่อนปลูก ทำรายได้เข้าประเทศปีละ 20 ล้านล้านบาท

6.2 ผลิตอาหารคุณภาพสูง รวมเป็นรายได้ 20 ล้านล้านบาท

เชิญรับชมรายการ TV สด : ทำมาหารวยกับโบบิ
ทุกวันจันทร์ เวลา 17:00 - 18:00 น.

ผู้ดำเนินรายการ : อาจารย์โบบิ ประธานศูนย์แว่นตาไอซอพติก
และ หม่อมหลวง ชาญโชติ ชมพูนุท

ทางสถานีโทรทัศน์โลกพระพุทธศาสนาเฉลิมพระเกียรติ ( WBTV ) วัดยานนาวา

สามารถรับชมทาง ทีวี ผ่านจานดาวเทียม ตามช่องต่างๆดังนี้

ทางกล่องดาวเทียม :
ค่าย GMM ช่อง 175
ค่าย PSI ช่อง 239
ค่าย CTH ช่อง 870
ค่าย Infosat ; Thaisat ; Indeasat ; Leotech ช่อง 189

โบบิ : ประธานกลุ่มไทยทวีคูณ

" Only Believe "

+66815384200 : 081-538-4200
@isoptik : masterbobi
@e-mail : masterbobie@gmail.com