นโยบายเรื่อง : พัฒนาการศึกษาแบบทวีคูณ

แชร์
Untitled Document

1. สร้างระบบซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ความเร็วสูง เป็นศูนย์รวมความรู้รอบด้าน โดยจัดเก็บหนังสือที่มีการตีพิมพ์เป็นภาษาไทยทุกเล่ม รวมถึงงานวิจัย วิทยานิพนธ์ของทุกสถาบันการศึกษา ในรูปแบบ PDF ให้อ่านและดาวน์โหลดได้ฟรีผ่านระบบอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง เพื่อให้คนไทยทุกคน สามารถเข้าถึงความรู้ได้อย่างเท่าเทียมกัน
โครงการนี้แม้ต้องใช้เงินลงทุนหนึ่งแสนล้านบาท แต่สามารถเพิ่มศักยภาพในด้านการผลิตและบริการให้กับคนไทยทั้งประเทศได้อย่างก้าวกระโดด เพิ่มจีดีพีได้อีกปีละหลายล้านล้านบาทครับ
จึงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่ามากที่สุดโครงการหนึ่ง

2. บันทึกวีดีโอการสอนทุกวิชา ของอาจารย์ชั้นนำ ตั้งแต่ระดับอนุบาลไปจนถึงระดับปริญญาโท แล้วเผยแพร่ออนไลน์ผ่านอินเตอร์เน็ตใยแก้วนำแสงความเร็วสูง ให้นักเรียน นักศึกษา ทุกคนสามารถรับชมได้ฟรี มีการอัพเดททุกวัน

3. ปัญหาการศึกษาเมืองไทยคือ ขาดครูที่สอนหนังสือรู้เรื่อง ครูที่สอนเก่งๆ เขาไปสอนพิเศษหาเงินกันหมด เราได้ยินบ่อยๆ ว่าขาดแคลนครู หาครูที่เก่งๆ มาสอนไม่ได้ แต่เรามีครูสอนพิเศษเก่งๆ หลายท่านใน กทม. ที่เวลาปิดเทอมนักเรียนต่างจังหวัดต้องแห่เข้ามาเรียนถึงกรุงเทพ
จึงขอเสนอให้ทางรัฐบาล ใช้งบประมาณอีกปีละหนึ่งพันล้านบาท จ้างครูสอนพิเศษที่สอนเก่งๆ หรือครูในโรงเรียนดังๆ ที่สอนเก่งๆ มาอัดวีดีโอความคมชัดสูง สอนแต่ละวิชา ในทุกระดับชั้น แล้วอัพโหลดไว้บนคอมพิวเตอร์เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตความเร็วสูงสุดให้นักเรียน นักศึกษา ครู และประชาชนทั่วประเทศ สามารถดูและดาวน์โหลดบันทึกเก็บไว้ได้ตลอดเวลา

4. ซื้อจอขนาดใหญ่ ตั้งไว้ในห้องเรียนแต่ละห้องแทนค่าจ้างครูที่ไม่ได้คุณภาพ ส่งบทเรียนผ่านทางเครือข่ายไปให้นักเรียนเรียนตามตารางเรียนของแต่ละห้อง ไม่ว่าจะอยู่ชายแดน หรือกทม. เรียนพร้อมกันหมด จากครูที่เก่งที่สุดของประเทศเหมือนกันหมด โรงเรียนแต่ละโรงเรียน ก็ไม่ต้องจ้างครูแต่ละวิชามาสอน จ้างแค่ครูประจำชั้นมานั่งคุม และคอยอบรมความประพฤติ ศึลธรรมของเด็ก และครูในวิชาที่จำเป็น เช่นพละ ดนตรีฯลฯ จะได้ไม่มีปัญหาขาดแคลนครูที่มีคุณภาพ

5. ยกตัวอย่างครูคุณภาพสูงให้ดูนะครับ เช่น ครูอุ๊ที่สอนเคมีเด็กนักเรียน ม.ปลายในคลิปนี้

เด็กนักเรียนที่มาเรียนบอกเหมือนกันหมดว่า สอนแล้วเข้าใจกว่าครูที่โรงเรียน
ครูอุ๊เป็นครูโรงเรียนสามเสน สอนเคมีมาหลายสิบปี ลาออกมาสอนพิเศษ
ทำไมเมืองไทยไม่ให้เด็กนักเรียนเรียนเคมีกับครูอุ๊ หรือที่สอนเก่งกว่าครูอุ๊ให้เหมือนกันหมดทั้งประเทศ

6. ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมต้องไปเหนื่อยพัฒนาครูสอนเคมีเป็นพันๆ คน ซึ่งได้ครูที่สอนเคมีแล้วรู้เรื่องไม่ถึง 50 คน
ปัจจุบันพวกโรงเรียนสอนพิเศษเขาไปไกลแล้ว เขานั่งสอนสดอยู่ที่สาขาใหญ่สาขาเดียว แล้วถ่ายทอดไปให้นักเรียนสาขาอื่นดูหลังจากนั้น 1 วัน สอนกันทีนึงเป็นสิบๆ สาขาเลย แต่ละปีเขาก็มีอัพเดทเนื้อหาเปลี่ยนแปลงทุกปีให้ทันสมัย ทำไมโรงเรียนกทม. หรือโรงเรียนรัฐบาลไม่เอาวิธีนี้ไปใช้ อาจลองเอาไปให้โรงเรียนใน กทม. ทำดูก่อน แล้วค่อยขยายไปโรงเรียนสังกัดสพฐ และโรงเรียนประชาบาลห่างไกลครับ