ตั้งพรรคไทยทวีคูณ เพื่อหารายได้เข้าประเทศ ปีละ 50 ล้านล้านบาท ภาค 8

แชร์

1. จ.ส.อ.จักรพันธ์ ถมมา นักฆ่ามั่ว

ฆ่ามั่วโคราช : ถ้าลูกคุณเป็นหนึ่งในเหยื่อ นักฆ่ามั่วผู้ถูกรังแกรายต่อๆ ไป คุณจะทวีความเห็นใจนักฆ่ามั่วเหล่านี้ จนคุณไม่เหลือใครเลยไหม

กราดยิงโคราช : พระวัดป่าศรัทธารวมเล่านาทีสลด คนร้ายดักยิง 9 ศพ อย่างใจเย็น

www.sanook.com

คนร้ายขับรถเข้ามาทางประตูหลังวัด โดยจะเปิดให้พุทธศาสนิกชนเข้าออกเฉพาะในวันพระเท่านั้น ซึ่งวันเกิดเหตุตรงกับวันมาฆบูชาพอดี แล้วไปจอดอยู่ริมถนนภายในวัด จากนั้นลงมาจากรถ แล้วบรรจุกระสุนปืน แล้วกระหน่ำยิงคนในรถกระบะสีบรอนซ์ทอง จนรถพุ่งชนต้นไม้ริมทาง แล้วกระหน่ำยิงนักเรียนชาย รร.บุญวัฒนา ที่ขับรถจักรยานยนต์ผ่านมาเพื่อจะกลับบ้าน จนเด็กนักเรียนล้มเสียชีวิตคาที่

แล้วกระหน่ำยิงรถฟอร์จูนเนอร์อีกคัน จนคนขับและผู้โดยสาร รวม 5 คน เสียชีวิต 4 คน และบาดเจ็บอีก 1 คน แล้วจ่อยิงคนขับรถจักรยานยนต์อีกคัน ทำให้มีผู้เสียชีวิตภายในวัดมากถึง 9 ราย

แล้วขับรถฮัมวี่ ออกไปทางประตูหน้าวัด มุ่งตรงไปฆ่าหมู่แบบไม่เลือกหน้า ที่ศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21

การฆ่าสัตว์ตัดชีวิต ก่อเหตุฆ่าคนทั้ง 9 ในเขตวัด ซึ่งถือเป็นเขตอภัยทาน อีกทั้งเป็นวัดมาฆบูชา วัดพระใหญ่ของชาวพุทธทั่วโลก แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจ ว่าเลิกสนใจศาสนาอย่างเด็ดขาดแล้ว ครับ

ปืนที่นักฆ่ามั่วใช้ ถ้ายิงด้วยกระสุนแบบเจาะเกราะ ทะลุเสื้อเกราะ หมวกเหล็ก โล่ห์กันกระสุนในปัจจุบันได้ทุกชนิด

เอ็ม60 ชื่ออย่างเป็นทางการว่า ปืนกลสหรัฐ, คาลิเบอร์ 7.62 มม, เอ็ม60 เป็นตระกูลของปืนกลอเนกประสงค์สัญชาติอเมริกัน ซึ่งยิงด้วยกระสุนขนาด 7.62×51มม. นาโต้ จากการกระจัดกระจายของสายพานกระสุนของเอ็ม13 ลิงก์​ มีกระสุนหลายประเภทที่ได้รับการอนุมัติให้ใช้สำหรับปืนกลเอ็ม60 รวมทั้งกระสุนหัวบอล กระสุนส่องวิถี และกระสุนเจาะเกราะ วิกิพีเดีย
อัตราการยิง: 550–650 RPM
ระยะหวังผล: 1,200 yd (1,100 m)
ระบบป้อนกระสุน: Disintegrating belt with M13 Links
กระสุน: 7.62×51mm NATO
ประจำการ: ค.ศ. 1957–ปัจจุบัน
ขนาดลำกล้องปืน: 7.62 mm (0.308 in)
ช่วงการผลิต: ค.ศ. 1957–ปัจจุบัน

ถ้าคนซื้อบ้าน แล้วไม่ได้บ้านทุกคน แข่งกันฆ่ามั่ว คนในวัด และในห้าง มากขึ้นเรื่อยๆ ด้วยอาวุธร้ายแรงขึ้นเรื่อยๆ เพื่อให้โลกรู้ ว่าพวกเขาถูกโกง ถูกรังแกอย่างไร
พวกเราต้องพกปืนกล็อก จุ 19 นัด ศูนย์เลเซอร์ ติดตัวตลอด
ในรถ มีเบเนลี่ เอ็ม 2 ลูกซองออโต้ 8 นัด ใช้กระสุนแม็กนั่ม 9 เม็ด แบบล้มหมูป่าที่วิ่งเข้าขวิดได้ กระสุน 1 พันนัด เผื่อต้องยิงกันหลายวัน

1. ถ้านักฆ่าคนบริสุทธิ์แบบไม่เลือกหน้าคนนี้ ได้รับความเห็นอกเห็นใจ จนกลายเป็นไอดอลของผู้ที่ถูกรังแกทั่วโลก ผ่านโซเชี่ยลมีเดีย แล้วทำอย่างเดียวกัน และได้รับความเห็นใจในอัตราก้าวหน้า โลกเราจะเป็นอย่างไร

2. ฆ่าผู้บริสุทธิ์ แล้วได้รับความเข้าใจ เห็นอกเห็นใจ = ส่งเสริมการฆ่าแบบสุ่ม
แนวร่วมเหล่านี้ ถ้าสูญเสียครอบครัวไปกับการฆ่ามั่วแบบนี้ จะคิดได้ หรือออกฆ่าเพื่อแก้แค้นการฆ่า ครับ

3. ถ้าเหยื่อ เป็นคนที่เรารัก เรายังจะรู้สึกแบบนี้หรือ เหมือนคนปากซอยโดนเจ้านายโกงและข่มเหง เลยฆ่าเจ้านาย แล้วเดินฆ่าทุกคนในซอยไม่เลือกหน้า เพศ อายุ เพื่อประกาศให้โลกรู้ ว่าเขาถูกรังแก
ถ้าเป็นลูกๆ พวกเราตายล่ะ พวกเรายังจะสงสาร เห็นอกเห็นใจ นักฆ่ารายนี้ไหม หรือว่าจะยิงสวนด้วยปืนลูกซองออโตเมติก 8 นัด ที่ใบหน้า จนครบ 8 นัด
( คนใส่เสื้อเกราะ และหมวกเหล็ก ที่โดนยิงด้วยลูกซอง 8 นัด ตายตั้งแต่นัดแรก ที่เหลือสำหรับทำลายใบหน้าทั้งหมด ให้เหลือแต่กระโหลกศีรษะ )

ถ้าทุกคนเห็นใจนักฆ่าเหวี่ยงแหคนนี้ จะกระตุ้นทำให้คนที่คับแค้น เลียนแบบด้วยการฆ่าไม่เลือกหน้า เพราะเข้าใจว่า ยิ่งฆ่ามาก ก็ยิ่งได้รับความเห็นใจมาก จนอีกหน่อย อาจจะระเบิดห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ ที่คนแน่นทั้งหลัง เพื่อทำให้คนทั้งโลกเห็นใจ

นักฆ่ารายนี้ ปฏิเสธการต่อสู้กับทหาร และไม่บุกสถานีตำรวจที่มีอาวุธสงคราม แต่เลือกฆ่าคนไม่มีทางสู้ ทุกเพศ ทุกวัย แบบไม่เลือกหน้า ทำไมไม่บุกไปร้องขอความเป็นธรรมจาก ผบ.ทบ. ครับ

จะสู้รบกับคนชั่วกี่ศพอย่างไร พอเข้าใจได้
แต่ฆ่าคนบริสุทธิ์ที่ไม่เกี่ยวข้อง และไม่มีทางสู้ ผมไม่เข้าใจ ยอมรับไม่ได้ และเห็นควรให้เนรเทศ พร้อมคู่กรณี ทั้งตระกูลออกนอกราชอาณาจักรไทยอย่างถาวร เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างสืบไป แต่ถ้าไม่เข็ดหลาบ มีคนเลียนแบบอีก ก็ให้ยึดทรัพย์ทั้งตระกูลด้วย ครับ

นักฆ่ามั่วผู้ถูกรังแก ฆ่าคนที่ไม่ใช่คู่อาฆาตไปเท่าไหร่ล่ะ หรือว่ายิงเด็กนักเรียนเพื่อป้องกันตัว

จ.ส.อ.จักรพันธ์ ถมมา อายุ 32 ปี สังกัดกองพันสรรพาวุธกระสุนที่ 22 กองบัญชาการช่วยรบที่ 2 (บชร.2) ค่ายสุรธรรมพิทักษ์ จ.นครราชสีมา
บุกยิงพันเอก-แม่ยายก่อนปล้นคลังแสงควบฮัมวีหนี สุดสยองถล่มระเนนระนาด ผบ.ทบ.รุดไปบัญชาการเอง

ทหารบกยศจ่าสิบเอกคลั่งสติแตก จ่อยิงพันเอกผู้บังคับบัญชาดับพร้อมแม่ยาย แล้วไปยิงพลทหารเวรตายสยองคาค่าย แถมปล้นคลังอาวุธขนปืนสงครามเอชเค 6 กระบอก-กระสุนหลายร้อยนัด ขึ้นรถฮัมวีออกซิ่งตามถนน ไล่แจกความตายให้ชาวบ้านเกลื่อนเมืองโคราช ผู้บริสุทธิ์ล้มตายเป็นใบไม้ร่วงกว่า 20 ศพ เจ็บกว่า 30 มีทั้งตำรวจ ชาวบ้าน และนักเรียน จากนั้นบุกเข้าห้างเทอร์มินอล 21 ยิงใส่ถังแก๊สระเบิดไฟลุกท่วมห้าง จับเหยื่อไว้เป็นตัวประกัน ตำรวจ-ทหารระดมกำลังปิดล้อม เผยโพสต์เฟซบุ๊กอ้างสางแค้นสุมอกต้องฆ่าให้เกลี้ยง

จ.ส.อ.ยิง พ.อ.-แม่ยายคาบ้าน

เหตุสะเทือนขวัญกลางเมืองโคราชครั้งนี้ เปิดเผยเมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 8 ก.พ. พ.ต.ท.มงคล คุปติศิริรัตน์ สว.(สอบสวน) สภ.เมืองนครราชสีมา รับแจ้งเหตุยิงกันตายในบ้าน 2 ชั้น เลขที่ 187 หมู่ 3 บ้านถนนหัก ต.หนองจะบก อ.เมืองนครราชสีมา ไปตรวจที่เกิดเหตุ พบผู้เสียชีวิต 2 ศพ ชื่อ พ.อ.อนันต์ฐโรจน์ กระแสร์ อายุ 48 ปี ผบ.พัน. กระสุน 22 กองบัญชาการช่วยรบที่ 2 (บชร.2) ค่ายสุรธรรมพิทักษ์ จ.นครราชสีมา สภาพศพสวมเสื้อโปโลสีเหลือง นุ่งกางเกงขาสั้นสีเทา รองเท้าแตะ ถูกจ่อยิงด้วยปืน 9 มม. เข้าศีรษะนอนคว่ำหน้าจมเลือดหน้าบันได ใกล้ กันพบศพนางอนงค์ มิตรจันทร์ อายุ 65 ปี แม่ยาย สวมเสื้อโปโลสีม่วง นุ่งกางเกงขายาวสีน้ำตาล ถูกยิงนอนหงายเลือดทะลัก ส่วนผู้ก่อเหตุชื่อ จ.ส.อ.จักรพันธ์ ถมมา อายุ 32 ปี สังกัดเดียวกับผู้ตาย

ปล้นปืนสงคราม-กระสุนขึ้นฮัมวี

จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ จ.ส.อ.จักรพันธ์สวมเสื้อยืดคอกลมสีเขียวขี้ม้า นุ่งกางเกงลายพรางทหาร สวมรองเท้าบูต ขับรถฮัมวี ทะเบียนกงจักร 2563 เข้ามาหา พ.อ.อนันต์ฐโรจน์ที่บ้าน เพื่อเจรจาปัญหาคาใจ แต่ตกลงกันไม่ได้ ทำให้เกิดบันดาลโทสะ ใช้ปืนพกจ่อยิงผู้บังคับบัญชาและแม่ยายเสียชีวิต รวมทั้งพลทหารที่เฝ้าบ้านบาดเจ็บอีก 1 ราย จากนั้นขับรถฮัมวีเข้าไปในค่ายสุรธรรมพิทักษ์ ที่อยู่ห่างออกไปราว 2 กม. ใช้ปืนยิงทหารเวรบาดเจ็บ 2 นาย 1 ในนั้นไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล ก่อนปล้นคลังอาวุธได้ปืนสงคราม เอชเค 33 และปืนพกรวม 6 กระบอก พร้อมซองกระสุนขนาด 40 นัด จำนวน 10 ซอง รวมกระสุน 400 นัด และระเบิดสังหารขึ้นรถฮัมวี ขับหลบหนีออกด้านหลังค่าย มุ่งหน้าเข้าไปในวัดป่าศรัทธารวม ถนนเดชอุดม ซอย 22 ต.หัวทะเล อ.เมืองนครราชสีมา

คลั่งไล่ยิงชาวบ้าน-นร.ผู้บริสุทธิ์

เวลา 16.00 น. ระหว่างนั้นมีตำรวจสายตรวจ สภ.เมืองนครราชสีมา ขับรถกระบะตราโล่มาขวางทางและพยายามจะเข้าจับกุม ปรากฏว่าถูก จ.ส.อ.จักรพันธ์ใช้ปืนเอชเค ยิงใส่เสียชีวิตคารถทั้ง 2 นาย และรถพัง 1 คัน หลังยิงตำรวจแล้ว จ.ส.อ.จักรพันธ์ กลับคลุ้มคลั่งหนักขึ้น ขับรถฮัมวีฝ่าเข้าไปในวัดป่าศรัทธารวม ท่ามกลางพุทธศาสนิกชนจำนวนมากที่มาทำบุญในวันมาฆบูชา แล้วสาดกระสุนปืนสงครามยิงใส่ญาติโยมพระเณร ทุกคนต่างตกใจส่งเสียงหวีดร้องวิ่งหนีเอาชีวิตรอดอย่างอลหม่าน เดชะบุญกระสุนไม่ถูกใคร จากนั้นคนร้ายได้เปลี่ยนกางเกงเป็นกางเกงยีนส์ขายาว และสวมหมวกเหล็กทหาร ขับรถฮัมวีออกทางประตูหน้าวัด ผ่านเข้าชุมชนหลัง ร.ร.บุญวัฒนา ยิงใส่นักเรียนสวมชุดนักเรียนขาสั้นสีกากี ขี่รถ จยย.ฮอนด้า เวฟ สีน้ำเงิน ไม่ทราบทะเบียน ผ่านมา กระสุนถูกศีรษะเสียชีวิตอีก 1 ศพ

มุ่งจะไปถล่มโรงพัก-แต่เปลี่ยนใจ

คนร้ายได้ขับรถฮัมวีไปตามเส้นทางราชสีมา-โชคชัย มุ่งหน้าเข้าตัวเมืองนครราชสีมา ถนนสรรพสิทธิ์ ผ่านเรือนจำจังหวัดนครราชสีมา ตั้งใจจะไปถล่ม สภ.เมืองนครราชสีมา ระหว่างนั้นตำรวจทราบเหตุได้แจ้งระดมกำลังเตรียมความพร้อมและปิดเส้นทางหน้าโรงพัก เมื่อคนร้ายเห็นว่ากำลังตำรวจตั้งรับเต็มพิกัด ได้เลี้ยวรถฮัมวีขึ้นไปบนถนนมิตรภาพ มุ่งหน้าไปยังห้างเทอร์มินอล 21 โคราช เป็นระยะทางกว่า 10 กม.

ไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊กช่วงยิงเหยื่อ

ทันทีที่มาถึงหน้าห้าง คนร้ายได้จอดรถใกล้ทางเข้าห้าง และลงจากรถมากราดยิงใส่รถบิ๊กไบค์ รถเก๋งฮอนด้า สีขาว และรถยนต์โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีขาว ไม่ทราบทะเบียน ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บอีกหลายราย ระหว่างนั้นคนร้ายได้ไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊กขณะก่อเหตุกราดยิงไปด้วย โดยไม่มีอาการสะทกสะท้าน หรือมีอาการสลดแต่อย่างใด พร้อมพูดผ่านไลฟ์ว่า “โอ๊ย เหนื่อย ยิงจนเมื่อยไปหมดแล้ว”

บุกห้างเทอร์มินอลระเบิดถังแก๊ส

จากนั้นคนร้ายขึ้นรถฮัมวีขับเข้าไปจอดด้านหลังห้างฯ ใช้ปืนยิง รปภ.เสียชีวิต 2 ศพ และยิงใส่ถังแก๊สขนาด 2,500 กิโล จำนวน 2 ถัง ทำให้แก๊สระเบิดไฟลุกท่วมห้างฯ คนร้ายยังไม่หยุดความบ้าระห่ำ เดินเข้าไปในชั้นใต้ดินเปลี่ยนไปสวมชุดทหารครึ่งท่อน แล้วกราดยิงใส่ประชาชนและนักท่องเที่ยวจำนวนมากที่มาจับจ่ายใช้สอยในช่วงวันหยุดได้รับบาดเจ็บไปอีก 3-4 ราย ก่อนจะขึ้นบันไดเลื่อนไปที่ชั้น 4 จับประชาชนผู้บริสุทธิ์เป็นตัวประกันไว้ไม่ต่ำกว่า 16 คน

ฆาตกรโพสต์เฟซฯระบายแค้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะก่อเหตุทมิฬ จ.ส.อ.จักรพันธ์ได้โพสต์เซฟบุ๊กส่วนตัวลักษณะระบายความในใจ เริ่มตั้งแต่วันที่ 6 ก.พ. เวลา 20.16 น. เซลฟี่ภาพใบหน้าใส่ชุดทหารสวมหมวกไหมพรมสีดำ พร้อมข้อความว่า “หน้าเรียวจุง” จากนั้นเวลา 22.15 น. โพสต์รูปปืนลูกโม่พร้อมพระเครื่องและข้อความว่า “สิ่งศักดิ์สิทธิ์คงช่วยให้วันนี้ผ่านไปได้อีกวัน...” ต่อมาวันที่ 7 ก.พ. โพสต์ข้อความ “พวกมึงอยากลองของใช่มั้ย” และก่อนก่อเหตุยิงระห่ำ ได้โพสต์ข้อความว่า “รํ่ารวยมาจากการโกง การเอาเปรียบคนอื่น มันคิดว่ามันจะเอาเงินไปใช้ในนรกได้รึไง” และหลังก่อเหตุยังโพสต์ข้อความด้วยว่า “ยังไงก็หนีความตายไม่พ้นทุกคน” ตามด้วย “ซวยล่ะเป็นตะคริว ยอมแพ้ดีมั้ยนะ นี่ก็หยุดแล้วนะ มันตายมั้ยไอ้ 3 คนนั่น และเหนื่อยเหลือเกิน”

เชี่ยวชาญผ่านหลักสูตรแม่นปืน

สำหรับประวัติ จ.ส.อ.จักรพันธ์ ถมมา ปัจจุบันอายุ 32 ปี สังกัดกรมสรรพาวุธกระสุนที่ 22 บชร.2 ค่ายสุรธรรมพิทักษ์ เป็นนักกีฬาแม่นปืนของกองทัพภาคที่ 2 และยังจบหลักสูตรรบพิเศษ สังกัดกองร้อยรบพิเศษที่ 2 ค่ายสุรธรรมพิทักษ์ จ.นครราชสีมา ถือเป็นทหารที่มีความชำนาญในการใช้ปืนสั้นและปืนยาว เคยผ่านหลักสูตรพลแม่นปืนและซุ่มโจมตี เชี่ยวชาญทางยุทธวิธีซุ่มโจมตีแบบกองโจรเป็นอย่างดี

แม่ทัพภาค 2 สั่งระดมกำลังล่า

พล.ท.ธัญญา เกียรติสาร แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวถึงกรณี จ.ส.อ.จักรพันธ์ ถมมา สังกัดค่ายสุรธรรมพิทักษ์ จ.นครราชสีมา ใช้ปืนสงครามยิง พ.อ.อนันต์ฐโรจน์ กระแสร์ นายทหารค่ายสุรธรรมพิทักษ์ ผู้บังคับบัญชาและกราดยิงชาวบ้านเสียชีวิตหลายศพว่า ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ทหาร ร่วมกับกำลังตำรวจปฏิบัติการไล่ล่าจับกุมผู้ก่อเหตุที่อยู่ระหว่างหลบหนี ส่วนสาเหตุจะต้องรอให้จับกุมตัวให้ได้ก่อน และนำมาสอบสวนว่าสาเหตุเกิดจากเรื่องใดกันแน่

ป.ส่งทีม “หนุมาน” ร่วมปฏิบัติการ

เวลา 19.00 น. พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป. เดินทางไปขึ้นเฮลิคอปเตอร์ ที่กองบินตำรวจ ท่าแร้ง เพื่อเดินทางไปที่เกิดเหตุทหารคลั่งยิงคนเสียชีวิตใน จ.นครราชสีมา พร้อมเปิดเผยว่า หลังรับรายงานเหตุได้สั่งการให้ พ.ต.อ.วิจักขณ์ ตารมย์ ผกก.สนับสนุน บก.ป. จัดกำลังเร่งด่วน นำหน่วยปฏิบัติการพิเศษ หนุมาน กองปราบ 2 ทีม 20 นาย พร้อมอาวุธหนักเบาครบมือ เร่งลงพื้นที่ อ.เมืองนครราชสีมา เพื่อร่วมจับกุมคนร้ายที่คาดว่าจะมีอาวุธสงครามพร้อมกระสุนจำนวนมากอย่างเร่งด่วนแล้ว

ส่ง “บิ๊กนัย” ลงพื้นที่บัญชาการเหตุ

รายงานข่าวแจ้งว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม ได้สั่งการให้ พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม และ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. ติดตามเหตุทหารคลุ้มคลั่งกราดยิงประชาชนเสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมากอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่โดยด่วน ขณะที่ พล.อ.อภิรัชต์ได้สั่งการให้ พล.ท.สุนัย ประภูชะเนย์ ผู้ช่วย ผบ.ทบ.ลงพื้นที่บัญชาการเหตุการณ์ และนำทหารจากกรมรบพิเศษที่ 3 (รพศ.3) ลงพื้นที่สนับสนุนกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นการด่วน พร้อมเร่งตรวจสอบว่ามีตัวประกันทั้งหมดกี่คน

สั่ง รพ.รอรับคนเจ็บ-บริจาคเลือด

ขณะที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและ รมว.สาธารณสุข โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวระบุว่า รพ.มหาราชเตรียมพร้อมตั้งแต่รับแจ้งเหตุแล้ว มีหมอที่เข้าไปช่วยผู้บาดเจ็บโดนยิงบาดเจ็บด้วย สถานการณ์ความสูญเสียมีมากขึ้น ได้สั่งทุกโรงพยาบาลพร้อมให้การสนับสนุน และอาจต้องช่วยกันระดมบริจาคโลหิต ทั้งนี้ รพ.มหาราชนครราชสีมา รพ.บุรีรัมย์ รพ.สุรินทร์ รพ.ชัยภูมิ ขอรับบริจาคโลหิตด่วน และให้ทุกโรงพยาบาลใน จ.นครราชสีมา และจังหวัดใกล้เคียงเตรียมรับผู้บาดเจ็บให้พร้อม

นายกฯสั่งเร่งจับทหารคลั่งให้ได้

นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ได้รับทราบสถานการณ์คนร้ายกราดยิงที่ จ.นครราชสีมา สั่งการให้ พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม และ ผบ.ทบ. ติดตามสถานการณ์ สอบสวนหาสาเหตุและดูแลผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตให้ดีที่สุด พร้อมกำชับให้รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขดูแลเรื่องการรักษาพยาบาลในโรงพยาบาลที่สะดวกอย่างดีที่สุด ทั้งนี้ นายกฯยังสั่งการให้เจ้าหน้าที่ปิดล้อมจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุให้ได้ ทั้งนี้ เบื้องต้นอาวุธที่คนร้ายนำมาก่อเหตุนั้น นำมาจากการแย่งชิงและทำร้ายเจ้าหน้าที่คลังเก็บอาวุธ รายละเอียดอื่นๆขอให้รอผลการพิสูจน์ทราบอีกครั้ง ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิต และผู้บาดเจ็บทุกราย และจะเร่งหาสาเหตุอาการคลุ้มคลั่ง ที่มาของการก่อเหตุครั้งนี้

สื่อเทศประโคมข่าวไปทั่วโลก

สำนักข่าวต่างประเทศยักษ์ใหญ่แทบทุกสำนัก รวมทั้งเอพี เอเอฟพี รอยเตอร์ บีบีซี และซีเอ็นเอ็น รายงานข่าวด่วนไปทั่วโลกว่าเกิดเหตุพลทหาร ต่อมาถูกระบุว่าคือ จ.ส.อ.จักรพันธุ์ ถมมา ใช้อาวุธสงครามกราดยิงผู้คนอย่างบ้าคลั่งที่ จ.นครราชสีมา หรือโคราช อยู่ห่างกรุงเทพฯกว่า 250 กิโลเมตร เมื่อวันที่ 8 ก.พ. ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 12 คน โดยคนร้ายยิงชายหญิงคู่หนึ่ง ซึ่งผู้ชายเป็นทหารตายก่อน 2 ศพ หลังทะเลาะกันเรื่องการซื้อขายที่ดิน จากนั้นบุกเข้าไปปล้นเอาอาวุธสงครามเพิ่มเติมในค่ายทหาร ขับรถฮัมวี่ของทหารกราดยิงไปตามรายทางในหลายพื้นที่ ก่อนเข้าไปในห้างสรรพสินค้าซึ่งมีผู้คนอยู่จำนวนมาก ทำให้เจ้าหน้าที่สั่งปิดล้อมรอบบริเวณห้างสรรพสินค้า แต่ยังจับกุมหรือสังหารคนร้ายไม่ได้ สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานด้วยว่า เหตุกราดยิงสังหารหมู่เช่นนี้เป็นเรื่องที่แทบไม่เคยเกิดขึ้นในประเทศไทย นอกจากใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มีปัญหาความไม่สงบมายาวนาน

แม่ทหารโหดรู้ข่าวถึงร่ำไห้

ขณะเดียวกันล่าสุดเฟซบุ๊กเพจ “คนล่าข่าวชัยภูมิ” ได้โพสต์คลิปของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองชัยภูมิ ได้รับตัวแม่ของ จ.ส.อ.จักรพันธ์ทหารคลั่งที่ก่อเหตุยิงระห่ำในครั้งนี้จากบ้านในตัวเมืองชัยภูมิ เดินทางไป จ.นครราชสีมา เพื่อไปช่วยเกลี้ยกล่อม เมื่อแม่รู้ข่าวว่าลูกชายตัวเองเป็นคนก่อเหตุดังกล่าว ถึงกับร้องไห้ปล่อยโฮออกมาทันที ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะพาตัวขึ้นรถออกไป

ชี้เหตุทวงหนี้ค่านายหน้าที่ดิน

พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. เปิดเผยถึงเหตุการณ์ดังกล่าวว่า เบื้องต้นรับรายงานเหตุ จ.ส.อ.จักรพันธ์ ใช้ปืนยิงผู้บริสุทธิ์เสียชีวิตว่า ได้มี คำสั่งกำชับ พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผบช.ภ.3 จัดชุดปฏิบัติการพิเศษของ จ.นครราชสีมา และชุดสายตรวจเข้าเคลียร์พื้นที่ป้องกันบุคคลผู้ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปในพื้นที่เกิดเหตุ พยายามนำคนที่อยู่ใกล้เคียงออกมา และมีคำสั่งถอนชุดพลร่มค่ายนเรศวร 261 ที่ร่วมปฏิบัติหน้าที่ตรวจค้นเป้าหมายคดียาเสพติดในพื้นที่ภาคเหนือขึ้นเครื่องเข้าร่วมปฏิบัติการกับฝ่ายทหารในพื้นที่เกิดเหตุ เบื้องต้นเท่าที่รับรายงานเป็นเรื่องการทวงหนี้ค่านายหน้าที่ดิน แต่ยังไม่ทราบข้อเท็จจริงมูลเหตุที่เกิดขึ้นจริง ตอนนี้ต้องเร่งเคลียร์พื้นที่เพื่อนำคนออกมาอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของ จ.ส.อ.จักรพันธ์

ยอดตาย 16 ศพ-บาดเจ็บอื้อ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สรุปยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์สังหารโหดกลางเมืองในครั้งนี้ เบื้องต้นไม่ต่ำกว่า 16 ศพ โดยในพื้นที่ สภ.โพธิ์กลาง 3 ศพ สภ.เมืองนครราชสีมา อีก 13 ศพ ส่วนยอดผู้บาดเจ็บยังไม่สามารถตรวจสอบได้ ขณะเดียวกัน มีรายงานว่า เมื่อเวลา 20.30 น. คนร้ายได้จับตัวประกันทั้ง 16 ชีวิตที่อยู่บนชั้น 4 ในห้างเทอร์มินอล 21 โคราชมานั่งล้อมวงแล้วใช้ระเบิดสังหาร 2 ลูกผูกรอบเอว จ.ส.อ.จักรพันธ์ เพื่อป้องกันการเข้าจู่โจมชิงตัวประกันของเจ้าหน้าที่

ส่ง “สไนเปอร์” เข้าพื้นที่สังหาร

ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อเวลา 21.00 น.ว่า บริเวณหน้าห้างเทอร์มินอล 21 โคราช เจ้าหน้าที่ตำรวจ-ทหาร พร้อมอาวุธครบมือหลายร้อยนาย ได้ตรึงกำลังปิดล้อมห้างฯไว้ทุกด้าน และสั่งปิดถนนมิตรภาพที่ผ่านหน้าห้างฯ ทั้งขาเข้า-ขาออก รวมทั้งกันพื้นที่ในรัศมี 2 กม. ห้ามผู้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้ามาเด็ดขาด เพื่อรอเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดหนุมาน กองปราบฯ และเจ้าหน้าที่หน่วยรบพิเศษของทหาร เข้าปฏิบัติการรวมทั้งสำรวจพื้นที่จุดสูงข่ม เตรียมวางจุดให้นักแม่นปืน หรือสไนเปอร์เข้าพื้นที่สังหาร หากจำเป็นต้องใช้วิธีการจับตาย แต่ต้องกระทำด้วยความระมัดระวัง เนื่องจากคนร้ายรู้ยุทธวิธีการโจมตีของทหารอย่างดี และยังได้ใช้ปืนสงครามยิงผ่านกระจกไปยังฝั่งห้างบิ๊กซีที่อยู่ตรงข้ามด้วย

คนติดค้างไม่กล้าแชร์โลเกชัน

ขณะเดียวกัน มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ รปภ.ของห้างฯได้ช่วยเหลือประชาชนราว 60 คนที่ยังติดค้างอยู่ในห้างฯ พาไปซ่อนตัวในห้องที่ปลอดภัยแล้ว แต่ยังมีประชาชนอีกส่วนหนึ่งหลบซ่อนตัวอยู่ตามร้านค้าต่างๆในห้างฯหลายคนพยายามโทรศัพท์แจ้งเหตุถึงญาติพี่น้อง ขณะที่บางส่วนไม่กล้าบอกจุดซ่อนตัว หรือแชร์โลเกชัน เนื่องจากเกรงคนร้ายจะรู้เพราะติดตามโซเชียลมีเดียตลอดเวลา ขณะที่บนชั้น 4 ที่เป็นโซนร้านอาหาร และเป็นจุดที่คนร้ายจับตัวประกันไว้ 16 คน ยังคงเปิดไฟสว่างและเปิดม่านบางส่วนไว้ด้วย

โพสต์กร้าว “ตายดีกว่าที่จะยอม”

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ระหว่างที่ จ.ส.อ.จักรพันธ์ คนร้ายก่อเหตุยิงผู้บริสุทธิ์พร้อมกับคุมตัว ประกัน 16 คนอยู่ในห้างฯ ได้มีการโพสต์เฟซบุ๊กคุยกับเพื่อนตลอดเวลา มีเพื่อนคอมเมนต์เตือนสติว่า “สติเพื่อน” “เหนื่อยก็หยุดนะเพื่อน” “พี่ยอมเถอะพี่ชาย” “มึงคิดไรของมึงวะ” “ยอมเถอะเพื่อน เป็นห่วงมึงนะ” แต่คนร้ายได้คอมเมนต์ตอบกลับว่า “ตายดีกว่าที่จะยอม”

“เฟซบุ๊ก” ยกเลิกบัญชีทหารโหด

ด้านผู้แทนเครือข่ายสังคมออนไลน์ยอดนิยม “เฟซบุ๊ก” แถลงคืนวันที่ 8 ก.พ. ตามเวลาประเทศไทยว่าเฟซบุ๊กได้ยกเลิกบัญชีผู้ใช้ หรือแอ็กเคานต์ของ จ.ส.อ.จักรพันธ์ ถมมา พลทหารที่ก่อเหตุกราดยิงที่ จ.นครราชสีมา และไลฟ์สดเหตุการณ์สังหารหมู่ของตนแล้ว เฟซบุ๊กยังเร่งทำงานตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อค้นหาและถอดเนื้อหาหรือคอนเทนต์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับเหตุยิงสังหารหมู่ครั้งนี้ที่เป็นการล่วงละเมิดนโยบายของเฟซบุ๊กทั้งหมดด้วย นอกจากนี้ยังขอแสดงความเศร้าเสียใจอย่างสุดซึ้งกับเหยื่อกราดยิง ครอบครัว และชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากโศกนาฏกรรมครั้งนี้ และยืนยันว่าจะไม่มีที่ให้ผู้ก่อความโหดร้ายรุนแรงเช่นนี้บนเฟซบุ๊ก

ผู้หลบภัยผวา-รอ จนท.ช่วยเหลือ

น.ส.เพ็ญนภา ทับกลาง พนักงานร้านทรูวิชั่น กล่าวว่า ศูนย์ทรูอยู่ชั้น 3 ของห้างฯมีพนักงานทรู กับพนักงานขายของบริษัทต่างๆรวมแล้ว 10 ชีวิต รวมตัวกันอยู่ ขณะเกิดเหตุกำลังให้บริการลูกค้าราว 20 คิว หลังเกิดเหตุรีบปิดประตูทันที แล้วพากันหมอบหลบใต้โต๊ะล่าสุด ตอน 3 ทุ่มได้ประสานขอความช่วยเหลือ กระทั่ง รปภ.ของห้างฯแจ้งว่าจะพาออกแต่ไม่รู้ว่าจะปลอดภัยแค่ไหน ด้าน น.ส.ปิยวดี สิทธิกรณ์ ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวผ่านโทรศัพท์มือถือตอน 3 ทุ่มครึ่งว่า ติดอยู่ในลานจอดรถของห้างฯเพียงลำพัง รู้สึกมีความกลัวมากไม่กล้าออกไปข้างนอก บริเวณลานจอดรถที่ตนติดอยู่ไม่มีใคร ประกอบกับแบตเตอรี่โทรศัพท์ใกล้หมด ไม่สะดวกจะให้สัมภาษณ์ เพราะต้องใช้โทร.ติดต่อญาติ

ชั้น 1 มีคนติดค้างอีกกว่าครึ่งร้อย

น.ส.อรัญญา โรจน์นิรภัยวงศ์ พนักงานขายกิฟต์ช็อป กล่าวว่า ตนพร้อมเพื่อนพนักงาน และลูกค้าราว 50 คน หลบในที่ปลอดภัยในชั้น 1 แต่ละคนไม่ทราบความเคลื่อนไหวภายนอก เพราะห้างฯปิดทางเข้าออกทุกด้าน ที่สำคัญบริเวณชั้น 1 ที่ตนหลบภัยอยู่ไม่มีใครเดินเพ่นพ่าน เพราะเกรงจะไม่ปลอดภัย แม้จะมีน้ำไฟสว่างตามปกติ ทุกคนรอให้เจ้าหน้าที่เข้าไปช่วยเหลือ เนื่องจากไม่กล้าออกจากที่หลบซ่อนเกรงจะไม่ปลอดภัย

ยอดบาดเจ็บ 37 สาหัส 16 ราย

เวลา 21.00 น. นพ.พงศ์เกษม ไข่มุกด์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขต 9 กล่าวถึงความคืบหน้าการช่วยเหลือผู้บาดเจ็บเหตุกราดยิงเทอร์มินอล 21 โคราช ว่าขณะนี้สามารถระดมเลือดไว้ได้มากถึง 1,000 ยูนิตจากโรงพยาบาลในจังหวัดนครราชสีมา และใกล้เคียง เพื่อใช้ในการรักษาผู้บาดเจ็บ ขณะนี้มีผู้บาดเจ็บเบื้องต้น 37 คน อาการสาหัส 16 คน กระจายรักษาใน รพ.มหาราชนครราชสีมา รพ.เซ็นต์แมรี่ รพ.ค่ายสุรนารี และ รพ.กรุงเทพนครราชสีมา

ให้แม่ช่วยกล่อมลูกชายมอบตัว

พล.ต.ต.สมพจน์ ขอมปรางค์ ผบก.ภ.จ.ชัยภูมิ ได้มอบหมายให้ ผกก.สภ.เมืองชัยภูมิ นำชุดสืบสวนและชุดปราบปราม ไปเชิญตัวนางจรัลศรี แสงชมภู อายุ 63 ปี มารดาของ จ.ส.อ.จักรพันธ์ ถมมา อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 256/1 ซอยโรงน้ำปลา บ้านหนองสังข์ ต.ในเมือง อ.เมืองชัยภูมิ เพื่อขอข้อมูลและขอความร่วมมือให้ช่วยไปเกลี่ยกล่อมลูกชายให้มอบตัว ด้านนายชาญชัย พัฒนจันทร์ อายุ 42 ปี ลูกพี่ลูกน้องของ จ.ส.อ.จักรพันธ์กล่าวว่า เป็นพี่ชายมือยิง โตมาด้วยกันและยังเจอกันในงานศพญาติปีที่แล้ว ปกติน้องชายมีนิสัยดีมาก สุภาพเรียบร้อย พูดจาดี ไม่มีพฤติกรรมนักเลง ไม่เชื่อว่าจะมาก่อเหตุใช้ปืนกราดยิงจนมีผู้เสียชีวิตมากได้ขนาดนี้ ส่วนข้อมูลประวัติ จ.ส.อ.จักรพันธ์ครอบครัวพื้นเพเป็นชาวชัยภูมิ เป็นนักเรียนโรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพล รุ่นที่ 106 เป็นนักเรียนนายสิบทหารบก รุ่นที่ 10/49

กสทช.สั่งห้ามทีวีทุกช่องไลฟ์สด

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวว่า ตามที่มีการนำเสนอรายการข่าวเกี่ยวกับเหตุการณ์กราดยิงที่ จ.นครราชสีมา โดยมีการรายงานสด หรือไลฟ์สด รายงานสถานการณ์ และข้อมูลต่างๆอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การนำเสนอข่าวสารไม่ส่งผลกระทบต่อชีวิต ทรัพย์สิน และความปลอดภัยของประชาชนในบริเวณโดยรอบ ตลอดจนไม่ส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วน สำนักงาน กสทช.จึงขอให้ทุกสถานีให้ความร่วมมือ ดังนี้

1.ไม่ควรรายงานสด หรือแสดงข้อมูล กระบวนการ และรายละเอียดเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนที่ปฏิบัติงานในสถานการณ์นี้

2.ไม่ควรนำเสนอข้อมูลในสถานที่ที่จะส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของประชาชนโดยรอบ

3.ไม่นำเสนอภาพที่รุนแรง เช่นภาพผู้เสียชีวิต ภาพการยิงอาวุธ เป็นต้น ดังนั้น จึงขอให้ทีวีทุกช่องให้ความร่วมมือและถือปฏิบัติร่วมกัน

โฆษก กห.ยันตายแล้วกว่า 20 ศพ

เวลา 21.50 น. พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์กรณี จ.ส.อ.จักรพันธ์ ถมมา สังกัดค่ายสุรธรรมพิทักษ์ จ.นครราชสีมา ก่อเหตุยิงนายทหารและประชาชนผู้บริสุทธิ์ว่า ขณะนี้ตัวเลขผู้เสียชีวิตมีกว่า 20 คนแล้ว ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบรายละเอียดของทางเจ้าหน้าที่อีกครั้ง

เสียงปืนดัง 3 นัดวิ่งหนีตายชุลมุน

เวลา 22.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศบริเวณหน้าศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 โคราช ว่า ระหว่างที่กำลังตำรวจ-ทหาร วางแผนเข้าช่วยเหลือตัวประกันและผู้ที่ติดค้างอยู่ภายในห้างฯ ปรากฏว่าได้มีเสียงปืนดังขึ้น 3 นัด ทำให้เจ้าหน้าที่และสื่อมวลชนจำนวนมากที่ปักหลักรายงานข่าวอยู่ในพื้นที่ ต่างต้องก้มหลบกระสุนกันจ้าละหวั่น จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าถูกยิงมาจากชั้น 4 ของห้างฯ จุดที่คนร้ายจับตัวประกันไว้ ขณะเดียวกันมีรายงานว่าเจ้าหน้าที่ได้ช่วยเหลือผู้ติดค้างบางส่วนที่หลบอยู่บริเวณชั้น 1 ออกมาได้แล้ว

“บิ๊กแดง” บินด่วนไปบัญชาการ

ต่อมาเวลา 22.50 น. พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. นั่งเครื่องบิน ทบ. เดินทางลงพื้นที่เกิดเหตุ บริเวณหน้าห้างเทอร์มินอล 21 โคราช เพื่อบัญชาการคลี่คลายสถานการณ์ด้วยตนเอง ขณะเดียวกันมี รายงานว่าทหารหน่วยรบพิเศษ กองทัพภาคที่ 2 ส่งทีมจู่โจมพร้อมทีมพลแม่นปืนหลายนายเข้าประจำจุดต่างๆรอบห้างฯแล้ว

วางแผนชิงตัวประกัน-ลุยคนร้าย

ต่อมาเวลา 23.10 น. พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. เดินทางมาถึงหน้าห้างเทอร์มินอล 21 โคราช จากนั้นเข้าประชุมวางแผนการทำงานร่วมกับ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. พล.ท.ธัญญา เกียรติสาร แม่ทัพภาคที่ 2 พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผบช.ภ.3 พล.ต.ต.สุจินต์ นิจพานิชย์ ผบก.ภ.จ.นครราชสีมา เตรียมแผนเข้าปฏิบัติการจู่โจมชิงตัว ประกัน และจับกุมคนร้ายในช่วงใกล้รุ่ง เนื่องจากต้องการ รอให้คนร้ายอ่อนเพลีย แต่แผนการใช้กำลังต้องรัดกุม เพราะภายในห้างฯมีจุดหลบซ่อนหลายจุด ยากต่อการบุกจู่โจม เบื้องต้นมีรายงานว่ากำลังตำรวจ-ทหารรวมทั้ง รปภ.ของห้างฯ ได้ช่วยเหลือตัวประกันออกมาได้แล้วกว่า 100 คน ขณะเดียวกัน นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข ได้เดินทางไปถึง รพ.มหาราชนครราชสีมา เพื่อเยี่ยมอาการผู้บาดเจ็บแล้ว

โครงการสร้างอาชีพ เพื่อพลิกฟื้นเศรษฐกิจ :

สร้างหลักสูตรฝึกอาชีพให้คนรากหญ้าแบบฉุกเฉิน พร้อมเงินทุนหมุนเวียน ให้สามารถเพิ่มช่องทางในการประกอบอาชีพที่สร้างรายได้อย่างยั่งยืน

1. สำรวจความต้องการสินค้าและบริการของตลาดในแต่ละพื้นที่ แล้วเพิ่มพื้นที่ประกอบอาชีพให้เพียงพอกับขนาดของตลาด ทั้งแบบออนไลน์และออฟไลน์

2. เปิดให้ประชาชนลงทะเบียนเรียนในแต่ละพื้นที่ ใครสอบผ่านได้มาตรฐานสูง รัฐให้สินเชื่อแบบใช้บุคคลค้ำประกัน คนละ 1 ล้านบาท จำนวนตามงบประมาณที่มี อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 9 ต่อปี ผ่อนชำระ วันละ 500 บาท

3. วิธีนี้จะช่วยสร้างรายได้อย่างยั่งยืน และขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้อีกหลายล้านล้านบาท ครับ

" โบบิ ว่าที่หัวหน้าพรรคไทยทวีคูณ"