ตั้งพรรคไทยทวีคูณ เพื่อหารายได้เข้าประเทศ ปีละ 50 ล้านล้านบาท ภาค 4

แชร์

การบริการจัดการน้ำ เพื่อป้องกัน แก้ไขภัย น้ำท่วม และภัยแล้ง
โดย โบบิ : ประธานยุทธศาสตร์พรรคไทยทวีคูณ เพื่อการทำมาหารวยของคนไทย

1. สร้างพื้นที่รับน้ำให้เพียงพอกับปริมาณน้ำหลากในแต่ละพื้นที่ เพื่อเก็บกักน้ำปริมาณมหาศาลในทุกจังหวัด โดยไม่ต้องสร้างเขื่อน

1.1 ขุดสระธนาคารน้ำใต้ดินแบบเปิด ไม่น้อยกว่า 3 % ของที่ดิน เพื่อให้มีน้ำใช้จากใต้ดินตลอดปี และช่วยลดน้ำท่วม

1.2 เวนคืนที่ดิน ที่ถูกน้ำท่วมเป็นประจำ ทั่วประเทศ ในราคาที่เป็นธรรมต่อทุกฝ่าย แล้วขุดให้ลึกที่สุดเพื่อทำเป็นธนาคารน้ำใต้ดินขนาดยักษ์ สำหรับเก็บน้ำส่วนเกินในหน้าฝน พร้อมระบบสูบน้ำให้ประชาชนในหน้าแล้ง

1.3 ถ้าใช้พื้นที่สี่ล้านไร่ ขุดสระธนาคารน้ำใต้ดินแบบเปิด น้ำน่าจะท่วมน้อยลงมาก
แถมยังมีน้ำปริมาณมหาศาลไว้ใช้เพิ่มผลิตผลทางการเกษตร และเลี้ยงปลา ในยามแล้งได้อย่างเหลือเฟือ โดยไม่ต้องสร้างเขื่อน

2. พื้นที่ในเมือง ให้สร้างอุโมงค์ระบายน้ำขนาดยักษ์ เชื่อมกับแท็งค์เก็บน้ำใต้ดินขนาดยักษ์

3. สร้างสะพานขนาดใหญ่ แทนถนนที่ถูกกระแสน้ำเซาะทำลาย ทุกพื้นที่ทั่วประเทศ พร้อมระบบประตูระบายน้ำอัตโนมัติ ที่มีระบบตรวจวัดระดับน้ำ และระบบวัดอัตราการไหลของน้ำ ด้วยระบบ GPS เพื่อแจ้งเตือนน้ำท่วมเฉียบพลัน แบบเชิงรุก

4. ปัญหาน้ำท่วมและภัยแล้ง ต้องแก้ไขไปพร้อมกันอย่างเบ็ดเสร็จ เด็ดขาดในคราวเดียว ครับ

ช่วง : การทำงานทางการเมืองด้วยความรัก

1. ผมจะตั้งพรรคไทยทวีคูณ ที่่เน้นพัฒนาการทำมาหารวย และหารายได้เข้าประเทศ จากเศรษฐี 1 พันล้านคนทั่วโลก :

สนใจร่วมอุดมการณ์ ติดต่อ ปรมาจารย์โบบิ โทร : 081-538-4200
ไอดีไลน์ masterbobi8

2. พรรคไทยทวีคูณ เน้นพัฒนาการทำมาหารวยให้คนทั้งประเทศ มีรายได้เฉลี่ยครัวเรือนละ 1 ล้านบาทต่อปี โดยมีเป้าหมายดังต่อไปนี้

2.1 ก่อนเป็นรัฐบาล

2.1.1 สร้างคนจน ให้เป็นคนรวย ปีละ 5 พันคน

2.1.2 พัฒนาคนที่รวยอยู่แล้ว ให้รวยยิ่งขึ้น ปีละ 5 พันคน

2.2 ขณะเป็นรัฐบาล ด้วย สส. 12 คน และรัฐมนตรี 1 คน ในปีที่ 1

2.2.1 สร้างคนจน ให้เป็นคนรวย ปีละ 1 หมื่นคน

2.2.2 พัฒนาคนที่รวยอยู่แล้ว ให้รวยยิ่งขึ้น ปีละ 1 หมื่นคน

2.3 ขณะเป็นรัฐบาลปีที่ 2

2.3.1 สร้างคนจน ให้เป็นคนรวย ปีละ 2 หมื่นคน

2.3.2 พัฒนาคนที่รวยอยู่แล้ว ให้รวยยิ่งขึ้น ปีละ 2 หมื่นคน

2.4 ขณะเป็นรัฐบาลปีที่ 3

2.4.1 สร้างคนจน ให้เป็นคนรวย ปีละ 4 หมื่นคน

2.4.2 พัฒนาคนที่รวยอยู่แล้ว ให้รวยยิ่งขึ้น ปีละ 4 หมื่นคน

2.5 ขณะเป็นรัฐบาลปีที่ 4

2.5.1 สร้างคนจน ให้เป็นคนรวย ปีละ 8 หมื่นคน

2.5.2 พัฒนาคนที่รวยอยู่แล้ว ให้รวยยิ่งขึ้น ปีละ 8 หมื่นคน

2.6 ขณะเป็นรัฐบาลด้วย สส. 60 คน และรัฐมนตรี 5 คน ในปีที่ 5

2.6.1 สร้างคนจน ให้เป็นคนรวย ปีละ 3 แสนคน

2.6.2 พัฒนาคนที่รวยอยู่แล้ว ให้รวยยิ่งขึ้น ปีละ 3 แสนคน

2.7 ขณะเป็นรัฐบาลปีที่ 6

2.7.1 สร้างคนจน ให้เป็นคนรวย ปีละ 6 แสนคน

2.7.2 พัฒนาคนที่รวยอยู่แล้ว ให้รวยยิ่งขึ้น ปีละ 6 แสนคน

2.8 ขณะเป็นรัฐบาลปีที่ 7

2.8.1 สร้างคนจน ให้เป็นคนรวย ปีละ 1.2 ล้านคน

2.8.2 พัฒนาคนที่รวยอยู่แล้ว ให้รวยยิ่งขึ้น ปีละ 1.2 ล้านคน

2.9 ขณะเป็นรัฐบาลปีที่ 8

2.9.1 สร้างคนจน ให้เป็นคนรวย ปีละ 3 ล้านคน

2.9.2 พัฒนาคนที่รวยอยู่แล้ว ให้รวยยิ่งขึ้น ปีละ 3 ล้านคน

2.10 ขณะเป็นรัฐบาลด้วย สส. 120 คน และรัฐมนตรี 10 คน ในปีที่ 9

2.10.1 สร้างคนจน ให้เป็นคนรวย ปีละ 9 ล้านคน

2.10.2 พัฒนาคนที่รวยอยู่แล้ว ให้รวยยิ่งขึ้น ปีละ 9 ล้านคน

2.11 ขณะเป็นรัฐบาล ในปีที่ 10

2.11.1 สร้างคนจน ให้เป็นคนรวย ปีละ 20 ล้านคน

2.11.2 พัฒนาคนที่รวยอยู่แล้ว ให้รวยยิ่งขึ้น ปีละ 20 ล้านคน

2.12 ขณะเป็นรัฐบาล ในปีที่ 11

2.12.1 สร้างคนจนที่เหลือ ให้เป็นคนรวย

2.12.2 พัฒนาคนที่รวยอยู่แล้ว ให้รวยยิ่งขึ้น ปีละ 20 ล้านคน

2.12.3 พัฒนาคนที่รวยมากอยู่แล้ว ให้รวยยิ่งขึ้นไปอีก จนสามารถแข่งขันได้ในระดับโลก ปีละ 1 ล้านคน

2.13 ขณะเป็นรัฐบาล ในปีที่ 12

2.12.1 สร้างคนจนที่ยังเหลืออยู่ ให้เป็นคนรวย

2.12.2 พัฒนาคนที่รวยอยู่แล้ว ให้รวยยิ่งขึ้น ปีละ 20 ล้านคน

2.12.3 พัฒนาคนที่รวยมากอยู่แล้ว ให้รวยยิ่งขึ้นไปอีก จนสามารถแข่งขันได้ในระดับโลก ปีละ 2 หมื่นคน

3. ขณะเป็นรัฐบาลด้วย สส. 250 คน และรัฐมนตรี 20 คน ในปีที่ 9 ถ้าผมได้เป็นนายกรัฐมนตรี ผมจะพัฒนาประเทศไทยดังต่อไปนี้

3.1 ทำให้คนไทยทุกคน มีความเชื่อและกล้าทำเรื่องยาก ให้เป็นไปได้

3.2 วางระบบบริหารจัดการน้ำแบบผสมผสาน ป้องกันน้ำท่วมและภัยแล้ง

3.3 ขายสินค้าระดับไฮเอนด์ของไทย ให้คนมีเงิน 800 ล้านคนทั่วโลก

3.4 ส่งเซล 1 หมื่นคนออกไปขายสินค้าใน 165 ประเทศทั่วโลก

3.5 เชิญบริษัททัวร์ระดับไฮเอนด์ มาเยี่ยมชมแหล่งท่องเที่ยวทั่วไทย

3.6 เชิญผู้จัดจำหน่ายสินค้าระดับไฮเอนด์ มาเยี่ยมชมสินค้าระดับไฮเอนด์ของไทย

3.7 ตัวอย่างการเสนอขายสินค้าและบริการแบบครบวงจร ให้กับผู้ทำธุรกิจอาหาร ท่องเที่ยว อสังหาริมทรัพย์ที่มุมไบ อินเดีย

3.7.1 จัดงานขายสินค้าไทย

3.7.2 เลี้ยงอาหารไทย

3.7.3 ขายสินค้าไทย เช่น ข้าวสาร ข้าวสวยกระป๋อง หม้อหุงข้าว กับข้าวกระป๋อง ผัก ผลไม้ ธัญพืช

3.7.4 ขายทัวร์ท่องเที่ยว พ่วงทัวร์สุขภาพ และทัวร์หลังเกษียณ

3.8 เชิญผู้ทำธุรกิจอาหาร ท่องเที่ยว อสังหาริมทรัพย์ มาอบรมเรื่องการทำธุรกิจกับประเทศไทย โดยเป็นแขกของรัฐบาล สนับสนุนโดยภาคเอกชน

3.9 โครงการหารายได้ 50 ล้านล้านบาท

3.9.1 โครงการฝึกอาชีพ พร้อมเงินทุนหมุนเวียน 10 ล้านคน สร้างรายได้ปีละ 10 ล้านล้านบาท

3.9.1.1 สำรวจความต้องการสินค้าและบริการของตลาดในแต่ละพื้นที่ แล้วเพิ่มพื้นที่ประกอบอาชีพให้เพียงพอกับขนาดของตลาด ทั้งแบบออนไลน์และออฟไลน์

3.9.1.2 เปิดให้ประชาชนลงทะเบียนเรียนในแต่ละพื้นที่ ใครสอบผ่าน รัฐให้สินเชื่อแบบใช้บุคคลค้ำประกัน คนละ 1 ล้านบาท จำนวนตามงบประมาณที่มี อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 6 ต่อปี ผ่อนชำระ วันละ 500 บาท

3.9.1.3 วิธีนี้จะช่วยสร้างรายได้อย่างยั่งยืน และขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้อีกหลายล้านล้านบาท ครับ

3.9.2 สร้างระบบขายก่อนปลูก สินค้าเกษตร ทั้งสดและแปรรูป ทุกคุณภาพ จนเกษตรกรร่ำรวย จนมีรายได้ปีละ 10 ล้านล้านบาท

3.9.3 พัฒนาเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวระดับโลก ให้มีรายได้ปีละ 10 ล้านล้านบาท

3.9.4 พัฒนาเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ ระดับโลก ให้มีรายได้ปีละ 10 ล้านล้านบาท

3.9.5 พัฒนาเป็นศูนย์หลังเกษียณโลก ที่คุ้มค่าที่สุด จนทุกคนจากทั่วโลก อยากมาใช้ชีวิตในบั้นปลาย เพื่อสร้างรายได้ปีละ 10 ล้านล้านบาท เข้าประเทศ โดยจัดโซนนิ่งทั่วประเทศ ตามกลุ่มประเทศ : แต่ละกลุ่มประเทศชอบไม่เหมือนกัน บางประเทศไม่ถูกกัน เช่น นอร์เวย์ ไม่ถูกกับ สวีเดน

3.9.5.1 อสังหาริมทรัพย์จะโตแบบก้าวกระโดด

3.9.6 รวมเป็นรายได้ปีละ 50 ล้านล้านบาท

3.10 วิธีทำให้ยางพารา ขายได้ราคาสูง และเกษตรกรมีกำไรดี :

3.10.1 ยางพารา ปลูกได้ดีในไม่กี่ประเทศ

3.10.2 ยางพาราของประเทศไทย มีคุณภาพดีที่สุดในโลก

3.10.3 เราจำเป็นต้องปล่อยให้จีนและผู้ซื้อยางพาราอื่นๆ ในสมาคมประเทศผู้ผลิตยางธรรมชาติ " ( ANRPC ) กดราคาซื้อยางพารา ในราคาต่ำสุดต่อไปอีกระยะหนึ่ง จนกว่าทางรัฐบาลของเรา จะสามารถ
จัดตั้ง " สมาคมประเทศผู้ส่งออกยางพารา " เพื่อฮั้วราคายาง และควบคุมพื้นที่การปลูกยางพารา ได้สำเร็จ

3.10.4 เมื่อเราตั้ง " สมาคมประเทศผู้ส่งออกยางพารา " ได้มั่นคง จนควบคุมปริมาณการผลิตยางพาราและราคาได้แล้ว จึงค่อยพิจารณาลาออกจาก ANRPC

3.10.5 ถ้า " สมาคมประเทศผู้ส่งออกยางพารา " สามารถควบคุมพื้นที่การปลูกยางพารา ได้สำเร็จ ก็จะมีอำนาจเหนือตลาด สามารถกำหนดราคายางพารา รายละเอียดการชำระเงิน การจัดส่ง ได้ตามใจชอบ รวมถึงใช้ควบคุมต่อรองกับประเทศคู่ค้าได้อีกด้วย เช่น ขายยางพาราพ่วงข้าว

3.10.6 ถ้าควบคุมปริมาณการผลิตยางพาราไม่ได้ ก็ควบคุมราคาไม่ได้ครับ

3.10.7 ประเทศไทยมีความอุดมสมบูรณ์มากที่สุดในโลก เราจึงมีความพร้อมที่จะเป็นมหาอำนาจทางการเกษตรอันดับ 1 ของโลก ได้โดยลงทุนน้อยกว่าทุกประเทศ แต่เกษตรกรของเราส่วนใหญ่กลับยากจน ปัญหาเหล่านี้สามารถแก้ไขได้ โดยใช้งบประมาณไม่มาก และใช้เวลาไม่นาน ถ้ามีระบบบริหารจัดการที่ดี พร้อมการตลาดที่ชาญฉลาด ครับ

3.11 วิธีขายพืชผลให้ได้ราคาดี โดยรัฐไม่ต้องใช้เงินภาษีไปรับซื้อในราคาเกินจริง :

3.11.1 รัฐตั้งทีมการตลาด ส่งออกไปสำรวจความต้องการซื้อผลิตผลทางการเกษตรอย่างละเอียดใน 165 ประเทศทั่วโลก ว่าต้องการสายพันธุ์ไหน เกรดใด ขนาดเท่าไหร่ จำนวนกี่ตัน ราคาเท่าไหร่ ระดับความสุก แล้วอัพเดทลงฐานข้อมูลกลางทุกเดือน

3.11.2 รัฐวิจัยดินทั่วประเทศว่า พื้นที่ไหน เหมาะจะปลูกพืชชนิดไหน อย่างไรบ้าง เพื่อลดต้นทุนการบำรุงดินที่ไม่จำเป็น แล้วบันทึกข้อมูลลงในฐานข้อมูลคอมพิวเตอร์ออนไลน์

3.11.3 รัฐวิจัยพันธุ์พืช ให้ได้สายพันธุ์ที่ตรงตามความต้องการของตลาดมากที่สุด

3.11.4 รัฐให้ทีมนักบัญชีและผู้เชี่ยวชาญด้านการปลูกพืชแต่ละชนิด ที่เก่งที่สุด คำณวนว่าพืชชนิดไหน สามารถทำกำไรสูงสุด ถึงต่ำสุดตามลำดับ เพื่อจัดลำดับคววามสำคัญในการเพาะปลูก ตามคุณภาพและปริมาณ

3.11.5 รัฐให้เกษตรกรแต่ละคน ทดลองปลูก แล้วให้นักการตลาด ส่งตัวอย่างผลผลิตออกไปทั่วโลก ให้ผูุ้สนใจสั่งซื้อชิม แล้วเปิดจองทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้า โดยมอบส่วนลดพิเศษให้ผู้ซื้อที่ชำระเงินทั้งหมดล่วงหน้า ภายใต้เงื่อนไขการรับประกันคุณภาพ และระยะเวลาการส่งมอบสินค้าที่ชัดเจน

3.11.6 รัฐรวบรวมคำสั่งซื้อ ด้วยระบบคอมพิวเตอร์ออนไลน์ แล้วให้เกษตรกรมาลงทะเบียน ตามคุณภาพดิน แหล่งน้ำ และพัฒนาความรู้ เพื่อดำเนินการเพาะปลูก ในจำนวนจำกัด ตามโควต้าการสั่งซื้อพืชผลแต่ละชนิด ภายใต้การควบคุมคุณภาพอย่างเข้มงวด โดยรัฐบาลรับประกันราคารับซื้อในอัตรา 80 % ของราคาในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ตามจำนวนผลผลิต ที่ได้ลงทะเบียนไว้

3.11.7 เมื่อผลผลิตพร้อมส่งมอบ รัฐต้องตรวจสอบคุณภาพอย่างละเอียด แล้วส่งออกทั่วโลก โดยเกษตรกรต้องเสียภาษีเงินได้ เพื่อเป็นเงินทุนในการพัฒนาเกษตรปลอดสารพิษคุณภาพสูงที่ขายได้ราคาต่อไป

3.11.8 หลังเก็บเกี่ยว เกษตรกรต้องบำรุงดิน ให้อุดมสมบูรณ์ เพื่อเพาะปลูกพืช ตามคำสั่งซื้อต่อไป

3.11.9 กระบวนการเหล่านี้ ใช้งบประมาณน้อยกว่าการทุ่มเงินรับซื้อผลิตผลทางการเกษตร ในราคาสูงกว่าราคาตลาด

4. เก็บภาษีอย่างไรให้ได้เพิ่มขึ้น 10 เท่า โดยภาคประชาชนและภาคธุรกิจ เสียภาษีลดลง ด้วยการเปลี่ยนระบบหักลดหย่อนภาษี ให้ต้องใช้ใบกำกับภาษีมูลค่าเพิ่มได้อย่างไม่จำกัด

4.1 เปลี่ยนระบบการหักลดหย่อนภาษีของบุคคลธรรมดา และการหักค่าใช้จ่ายของนิติบุคคล ในแต่ละปีทุกชนิด

4.1.1 บุคคลธรรมดา : เปลี่ยนจาก เดิมที่ไม่ต้องใช้ใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบ เป็นต้องใช้ใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบ

4.1.2 สามารถหักค่าใช้จ่ายได้เต็มทุกรายการ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายต้องห้าม แต่ไม่เกินกว่ารายได้ต่อปี ทั้งบุคคลธรรมดา คณะบุคคล และนิติบุคคล

4.2 จะทำให้การจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม พุ่งขึ้นหลายเท่ารัฐ จนมีงบประมาณเพิ่มขึ้นทันที มากกว่า 10 ล้านล้านบาท

4.3 บุคคลธรรมดา และนิติบุคคล จะซื้อสินค้าและบริการ ที่มีใบกำกับภาษีมากขึ้นหลาย 10 เท่า เพื่อนำไปหักเป็นค่าใช้จ่าย สำหรับลดภาษีเงินได้

4.4 ผู้ประกอบการที่สามารถออกใบกำกับภาษีได้ จะมียอดขายเพิ่มขึ้นทันทีหลายเท่า

4.5 ผู้ประกอบการที่ไม่สามารถออกใบกำกับภาษีได้ จะยอมเข้าสู่ระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม เพื่อเพิ่มยอดขาย

4.6 บุคคลธรรมดา และนิติบุคคล จะใช้จ่ายแบบมีใบกำกับภาษีเพิ่มขึ้นทันที เพราะไม่มีค่าใช้จ่ายต้องห้ามอีกต่อไป สามารถหักค่าใช้จ่ายได้เต็มทุกรายการ ตามรายได้จริง

4.7 บุคคลธรรมดา และนิติบุคคล ที่เคยเลี่ยงภาษี ด้วยการกระจายรายได้ในชื่ออื่น จะเปลี่ยนมาแจ้งรายได้ตามจริง แล้วใช้วิธีหักค่าใช้จ่ายที่มีใบกำกับภาษีแทน

4.8 รัฐจะให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำแก่ผู้ประกอบการที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม วงเงินกู้ตามยอดภาษีมูลค่าเพิ่มที่นำส่งในแต่ละปี เพื่อเป็นทุนหมุนเวียนในธุรกิจ เฉพาะสำหรับผู้ประกอบการและลูกจ้าง ที่ยื่นเสียภาษีตามรายได้จริง โดยคิดอัตราดอกเบี้ย ดังต่อไปนี้

4.8.1 มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน : อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 3 ต่อปี ระยะเวลาผ่อนชำระ 5 ปี

4.8.2 แบบนิติบุคคล ค้ำประกัน : อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 5 ต่อปี ระยะเวลาผ่อนชำระ 5 ปี

4.8.3 แบบกลุ่มบุคคลค้ำประกัน : อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 7 ต่อปี ระยะเวลาผ่อนชำระ 5 ปี

4.8.4 แบบบุคคลค้ำประกัน : อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 9 ต่อปี ระยะเวลาผ่อนชำระ 5 ปี

4.9 บุคคลธรรมดาและนิติบุคคลรายได้สูงมาก ที่เคยเลี่ยงภาษีด้วยการกระจายเงินได้ในชื่อบุคคลอื่น หรือนิติบุคคลอำพราง จะหันมายื่นเสียภาษีตามรายได้จริง โดยใช้วิธีหักลดหย่อนภาษี ด้วยใบกำกับภาษีซื้อแทน ทำให้เก็บภาษีมูลค่าเพิ่มได้อีกหลาย 10 เท่า

5. แต่ถ้าเกิดสงครามกลางเมืองในปีหน้า ผมจะขยายศูนย์แว่นตาไอซอพติก ไปที่มหานครมุมไบ ประเทศอินเดีย และเปิดห้างไทยเทรด มุมไบ เพื่อช่วยขายสินค้าคุณภาพสูงของไทย ให้ได้ราคาดี มีกำไรงาม

5.1 ห้างไทยเทรดมุมไบ เป็นศูนย์การค้าไทย โดยคนไทย เพื่อคนไทย ขายสินค้า + บริการของไทย ให้คนอินเดียที่มีกำลังซื้อสูง 430 ล้านคน รีบจองด่วน พื้นที่มีจำนวนจำกัด
กรุณาติดต่อ ปรมาจารย์โบบิ
โทร : 081-538-4200
ไอดีไลน์ : masterbobi8
www.ThailandTradeIndia.com

5.2 ผู้ประกอบการที่ต้องการส่งสินค้า ไปขายที่มหานครมุมไบในปีหน้า กรุณาติดต่อ ปรมาจารย์โบบิ โดยตรง

ช่วงทำมาหารวย :

ผมเชื่อว่า คนไทยถ้าลองตั้งใจทำอะไรแล้ว เราผลิตสินค้า และให้บริการที่มีคุณภาพสู้ทั้งโลกได้ ผมเชื่อว่าคนไทยเก่งไม่แพ้ชาติใดในโลก และผมก็ภูมิใจที่ได้พิสูจน์ให้โลกรู้ว่า คนไทยทำแว่นได้ดีที่สุดในโลก ครับ

ผมขอส่งพลังแห่งความเชื่อนี้ ไปถึงทุกท่าน โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ ผมอยากจะให้ลุกขึ้นมามีความฝันจะเป็นผู้ประกอบการระดับโลก อยากจะเป็นผู้เชี่ยวชาญที่ทั้งโลกยอมรับ

สิ่งแรกที่ต้องเริ่ม และยึดไว้ในใจเลย คือต้องมีความเชื่อ ถ้าสำหรับคนที่เชื่อพระเจ้าก็จะง่าย เพราะว่าเราจะเชื่อว่า เรามีพระเจ้า ไม่มีอะไรที่เราทำไม่ได้ เราจะกล้าทำในสิ่งที่ยิ่งใหญ่ สำหรับคนที่ยังไม่รู้จักพระเจ้า ผมแนะนำให้ตั้งจิตอธิษฐานต่อพระเจ้าผู้สูงสุด และจงเชื่อมั่นในพลังของตนเอง จงเชื่อว่าพระเจ้าทรงสร้างมนุษย์แต่ละคนอย่างมีวัตถุประสงค์ และมีศักยภาพ

ดังนั้นเรื่องแรกเลยคือต้องเชื่อมั่นในตัวเองก่อน ต้องเลิกคิดว่าฉันทำไม่ได้ เลิกคิดลบ พยายามคิดบวก ต้องเชื่อมั่นในตัวเอง และมีความฝัน ถึงแม้ว่าการค้นหาตัวเองให้พบไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ผมแนะนำสั้นๆ ง่ายๆ ว่า ถ้าอยากจะหาตัวเองให้เจอ แล้วเราไม่รู้ว่าเราชอบทำอะไร อยากทำอะไร หรือเราทำอะไรได้ดี ผมแนะนำให้ทำทุกอย่าง เพื่อให้รู้ว่าอะไรที่เราหลงใหล อะไรที่เราทำแล้วมีความสุข ทำแล้วเราทำออกมาได้ดีกว่าคนอื่น ทำออกมาแล้วดีขึ้นเรื่อยๆ จนลืมวัน ลืมคืน ลืมเวลา เราจะขลุกอยู่กับมันได้ โดยไม่คิดว่ามันเป็นงาน นั่นคือสิ่งที่ เป็นตัวตนที่แท้จริง

ถ้าเกิดเราทำอะไรก็ตาม เราแค่ตั้งใจว่าทำให้ดีขึ้นทุกวันแค่นั้น เวลาอาจจะผ่านไปเป็นปี 10 ปี หรืออาจจะหลายสิบปี เพียงตื่นขึ้นมาเช้าวันหนึ่ง จะพบว่าเรากลายเป็นคนที่ทำได้ดีที่สุดในโลกไปแล้วให้ตั้งเป้าไว้เลยว่าพรุ่งนี้เราต้องทำให้ดีกว่าวันนี้

ทุกคนทำได้ถ้ามีความเชื่อ ต้องเชื่อในตัวเอง ต้องคิดใหญ่ อย่าไปคิดเล็ก แล้วเวลาเราคิด เรามีความฝัน เราอย่าไปฟังคนที่คอยดับฝันเรา ผมขอร้องพ่อแม่ ผู้ปกครองอย่าดับความฝันของลูก ผมเข้าใจว่าหลายครอบครัว ผมเข้าใจว่าหลายครอบครัวอยากจะให้ลูกมีอาชีพหน้าที่การงานที่ดี แต่ความสุขของลูกคืออะไร คนแต่ละคนจะมีความสุขในชีวิตได้ เขาต้องได้ทำในสิ่งที่เขารัก และชอบ

" ถ้าเชื่อ ก็ทำได้ทุกสิ่ง "

" โบบิ : ว่าที่หัวหน้าพรรคไทยทวีคูณ "