วิธีหารายได้เข้าประเทศให้ได้ปีละ 50 ล้านล้านบาท ภาค 21

แชร์

ด้วยรัก จากพี่โบบิ ถึงน้องธนาธร

1. การเปลี่ยนแปลงสถาบันกษัตริย์

1.1 ถ้ามีพรรคการเมืองบางพรรค ต้องการเปลี่ยนแปลงสถาบันกษัตริย์ ให้นั่งเสมอกันกับสามัญชน ด้วยเหตุผลเพื่อความเท่าเทียมกันในสังคม หากพิสูจน์ได้จริงว่า เปลี่ยนแล้วลดความขัดแย้งของคนในชาติลง และทำให้พัฒนาประเทศแบบก้าวกระโดดได้เร็วขึ้น ก็อาจพิจารณาให้ลงประชามติได้ ครับ

1.2 ทำไมน้องธนาธรไม่สั่งตีพิมพ์หนังสือ ‘Portrait ธนาธร’ ครั้งละ 1 ล้านเล่ม ทั้งที่มีคนหลายล้านคนรอซื้ออยู่

2. การเมืองระบบทุนนิยมผูกขาด ตลอดระยะเวลาเกือบ 20 ปีที่ผ่านมา มีลักษณะดังนี้ :

2.1 คนจน กับคนรวย มีโอกาสในการตั้งพรรคการเมืองไม่เท่ากัน

2.3 ถ้าคนจนจะตั้งพรรคการเมือง ก็ต้องขอเงินจากนายทุนพรรค ซึ่งจะนำไปสู่การผูกขาดอำนาจในพรรค อย่างที่เป็นมาตั้งแต่ปี 2475 จนถึงปัจจุบัน

2.4 ถ้านายทุนของพรรคการเมืองไหน มีเงินมากพอ ก็สามารถทุ่มเงินมหาศาล ซื้อตัว อดีต สส. และ สว. หลายร้อยคน จนแน่ใจว่า จะชนะเลือกตั้งอย่างถล่มทลาย กลายเป็นระบอบเผด็จการรัฐสภา ที่ถูกตรวจสอบโดยองค์กรอิสระที่เป็นพวกเดียวกัน พอครบ 4 ปี ก็แค่ทำเหมือนเดิม ถ้าทำให้ประชาชนส่วนใหญ่เชื่อว่า นี่คือระบอบประชาธิปไตยที่ตรวจสอบได้ ก็สามารถครองอำนาจบริหารประเทศแบบเบ็ดเสร็จได้นานเท่าที่ต้องการ จึงต่างจากรัฐบาลที่มาจากรัฐประหารน้อยมาก ครับ

3. ประชาธิปไตยแท้

3.1 ประชาชน ต้องเป็นใหญ่ ในแผ่นดิน

3.2 อำนาจยุบสภา ต้องเป็นของประชาชน โดยประชาชน เพื่อประชาชน ผ่านการลงประชามติ

3.3 การเพิ่มโอกาสให้ประชาชนทุกคน ได้มีส่วนร่วมในการทำงานด้านการเมือง และพัฒนาการทำมาหากินอย่างเท่าเทียมกัน พร้อมลดการถอนทุนของทุนนิยมการเมืองผูกขาด :

3.3.1 การตั้งพรรคการเมืองขนาดใหญ่ และขนาดกลาง ให้ชนะเลือกตั้ง ต่อให้มีนโยบายดี เต็มไปด้วยคนเก่ง ก็ต้องใช้เงินอย่างน้อยหลายร้อยล้านบาท ถ้ารัฐไม่ให้เงินสนับสนุนผู้สมัครรายย่อยอย่างเพียงพอ ก็ต้องใช้เงินจากกลุ่มทุน แล้วเมื่อไหร่ประชาธิปไตยไทย จะหลุดพ้นจากวงจรทุนนิยมการเมืองผูกขาด

3.3.2 การดีเบต ผู้สมัครทุกคนอย่างเท่าเทียมกันในแต่ละพื้นที่ จะช่วยให้ผู้มีสิทธิ์ลงคะแนน ได้รับข้อมูลว่าใครจะทำอะไรให้แต่ละท้องถิ่นได้บ้าง ช่วยให้ตัดสินใจง่าย ว่าจะเลือกใคร

3.3.3 รัฐควรเป็นผู้จัดหารถหาเสียง โซเชี่ยล และสื่อ ให้ทุกพรรค อย่างเท่าเทียมกัน เพื่อไม่ให้มีการได้เปรียบเสียเปรียบกันมากเกินไป

3.3.4 ถ้ารัฐไม่สามารถจำกัดทรัพยากรในการเข้าถึงผู้ลงคะแนนอย่างเท่าเทียมกัน กลุ่มทุนนิยมเลือกตั้งผูกขาดไม่กี่ราย ย่อมชนะเลือกตั้งเสมอ จะมีกี่พื้นที่ เลือกตั้ง 10 สมัยที่ผ่านมา ทุ่มเงินมหาศาล แต่นายทุนใจบุญมาก ไม่เคยคิดจะถอนทุนหลายพันล้านบาทคืนเลยครับ

ช่วงทำมาหารวย :

1. รวยไม่มียั้ง ไปกับอินเดีย ใครจะไปขุดทองที่มหานครมุมไบ ยกมือขึ้น

1.1 ห้างไทยเทรดมุมไบ : ศูนย์รวมการค้าไทย ขายคนอินเดียที่มีกำลังสูง 430 ล้านคน กำลังซื้อรวมปีละ 43 ล้านล้านบาท จองด่วน พื้นที่มีจำนวนจำกัด ปรมาจารย์โบบิ โทร : 081-538-4200

2. " ทุกคนรวยได้ ถ้ามีความเชื่อ "

3. ช่วงเกษตรพารวย : ธนาคารน้ำใต้ดินระบบเปิด ใช้งบน้อย ประหยัดที่ดิน แก้ภัยแล้ง ลดน้ำท่วม

4. ช่วงขายสินค้าระดับไฮเอนด์ไทย ให้คนมีเงิน 800 ล้านคน ในอินเดียและจีน

4.1 ส่งเซลไปขายสินค้า

4.2 เชิญบริษัททัวร์ระดับไฮเอนด์ มาเยี่ยมชมแหล่งท่องเที่ยว

4.3 เชิญผู้จัดจำหน่ายสินค้าระดับไฮเอนด์ มาเยี่ยมชมสินค้าระดับไฮเอนด์ของไทย

ธนาคารน้ำใต้ดินระบบเปิด : ใช้งบน้อย ประหยัดที่ดิน

วิธีทำ :

1. ขุดสระ

2. เจาะพื้นบ่อเป็นหลุม 3 หลุมให้ลึกถึงชั้นหินอุ้มน้ำ เพื่อให้น้ำไหลลงชั้นหินอุ้มน้ำได้ดี และมีช่องสำหรับถ่ายเทอากาศจากโพรงใต้ดินเมื่อถูกน้ำเข้าไปแทนที่

3. โดยน้ำที่นำมาเก็บนั้นมาจากหลายแหล่งด้วยกัน เช่น น้ำฝน เมื่อน้ำถูกเติมลงชั้นใต้หินอุ้มน้ำปริมาณมากพอ น้ำจะเอ่อล้นมาที่บ่อโดยอัตโนมัติ ซึ่งเกษตรกรสามารถสูบน้ำจากบ่อนี้มาใช้ได้ทันที วิธีนี้จะช่วยให้เกษตรกรไม่ต้องขุดเจาะหาแหล่งน้ำ หรือสูบน้ำจากแหล่งน้ำไกลๆ ประหยัดพลังงาน แถมช่วยลดค่าใช้จ่ายได้ปีละหลายล้านบาทเลยทีเดียว
https://lifestyle.campus-star.com/knowledge/123647.html

ประโยชน์ของธนาคารน้ำใต้ดิน

1. ช่วยแก้ปัญหาน้ำท่วมได้ เพราะช่วยให้น้ำซึมลงใต้ดินได้ดีขึ้น

2. ช่วยแก้ปัญหาภัยแล้ง เพราะสามารถสูบน้ำจากธนาคารน้ำใต้ดินใช้ได้ตลอดเวลา

3. แก้ปัญหาน้ำเค็ม เพราะมวลน้ำเค็มจะมีน้ำหนักมากกว่าน้ำจืด ฉะนั้นน้ำเค็มจะอยู่ด้านล่าง

4. แก้ปัญหาน้ำสกปรก เพราะระบบน้ำแบบปิดจะช่วยกรองน้ำให้สะอาดขึ้น

พรรคไทยทวีคูณ มีนโยบายพัฒนาแหล่งน้ำ ให้พี่น้องเกษตรกร มีน้ำใช้อย่างพอเพียงอยู่ตลอดเวลา และป้องกันน้ำท่วมได้ด้วย
ขณะนี้อยู่ในระหว่างการศึกษา ธนาคารน้ำใต้ดิน เพื่อนำไปต่อยอดให้ดียิ่งขึ้น ครับ

ช่วงทำมาหารวย :

" ทุกคนรวยได้ ถ้ามีความเชื่อ " ครับ
https://www.isoptik.com/th/ultra-progressive/622

ผมเชื่อว่า คนไทยถ้าลองตั้งใจทำอะไรแล้ว เราผลิตสินค้า และให้บริการที่มีคุณภาพสู้ทั้งโลกได้ ผมเชื่อว่าคนไทยเก่งไม่แพ้ชาติใดในโลก และผมก็ภูมิใจที่ได้พิสูจน์ให้โลกรู้ว่า คนไทยทำแว่นได้ดีที่สุดในโลก ครับ

ผมขอส่งพลังแห่งความเชื่อนี้ ไปถึงทุกท่าน โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ ผมอยากจะให้ลุกขึ้นมามีความฝันจะเป็นผู้ประกอบการระดับโลก อยากจะเป็นผู้เชี่ยวชาญที่ทั้งโลกยอมรับ

สิ่งแรกที่ต้องเริ่ม และยึดไว้ในใจเลย คือต้องมีความเชื่อ ถ้าสำหรับคนที่เชื่อพระเจ้าก็จะง่าย เพราะว่าเราจะเชื่อว่า เรามีพระเจ้า ไม่มีอะไรที่เราทำไม่ได้ เราจะกล้าทำในสิ่งที่ยิ่งใหญ่ สำหรับคนที่ยังไม่รู้จักพระเจ้า ผมแนะนำให้ตั้งจิตอธิษฐานต่อพระเจ้าผู้สูงสุด และจงเชื่อมั่นในพลังของตนเอง จงเชื่อว่าพระเจ้าทรงสร้างมนุษย์แต่ละคนอย่างมีวัตถุประสงค์ และมีศักยภาพ

ดังนั้นเรื่องแรกเลยคือต้องเชื่อมั่นในตัวเองก่อน ต้องเลิกคิดว่าฉันทำไม่ได้ เลิกคิดลบ พยายามคิดบวก ต้องเชื่อมั่นในตัวเอง และมีความฝัน ถึงแม้ว่าการค้นหาตัวเองให้พบไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ผมแนะนำสั้นๆ ง่ายๆ ว่า ถ้าอยากจะหาตัวเองให้เจอ แล้วเราไม่รู้ว่าเราชอบทำอะไร อยากทำอะไร หรือเราทำอะไรได้ดี ผมแนะนำให้ทำทุกอย่าง เพื่อให้รู้ว่าอะไรที่เราหลงใหล อะไรที่เราทำแล้วมีความสุข ทำแล้วเราทำออกมาได้ดีกว่าคนอื่น ทำออกมาแล้วดีขึ้นเรื่อยๆ จนลืมวัน ลืมคืน ลืมเวลา เราจะขลุกอยู่กับมันได้ โดยไม่คิดว่ามันเป็นงาน นั่นคือสิ่งที่ เป็นตัวตนที่แท้จริง

ถ้าเกิดเราทำอะไรก็ตาม เราแค่ตั้งใจว่าทำให้ดีขึ้นทุกวันแค่นั้น เวลาอาจจะผ่านไปเป็นปี 10 ปี หรืออาจจะหลายสิบปี เพียงตื่นขึ้นมาเช้าวันหนึ่ง จะพบว่าเรากลายเป็นคนที่ทำได้ดีที่สุดในโลกไปแล้วให้ตั้งเป้าไว้เลยว่าพรุ่งนี้เราต้องทำให้ดีกว่าวันนี้

ทุกคนทำได้ถ้ามีความเชื่อ ต้องเชื่อในตัวเอง ต้องคิดใหญ่ อย่าไปคิดเล็ก แล้วเวลาเราคิด เรามีความฝัน เราอย่าไปฟังคนที่คอยดับฝันเรา ผมขอร้องพ่อแม่ ผู้ปกครองอย่าดับความฝันของลูก ผมเข้าใจว่าหลายครอบครัว ผมเข้าใจว่าหลายครอบครัวอยากจะให้ลูกมีอาชีพหน้าที่การงานที่ดี แต่ความสุขของลูกคืออะไร คนแต่ละคนจะมีความสุขในชีวิตได้ เขาต้องได้ทำในสิ่งที่เขารัก และชอบ

" ถ้าเชื่อ ก็ทำได้ทุกสิ่ง "

ตัวอย่างการเสนอขายสินค้าและบริการแบบครบวงจร ให้กับผู้ทำธุรกิจอาหาร ท่องเที่ยว อสังหาริมทรัพย์

1. จัดงานขายสินค้าไทยใน 165 ประเทศ

1.1 เลี้ยงอาหารไทย

1.2 ขายข้าวสาร ข้าวสวยกระป๋อง หม้อหุงข้าว กับข้าวกระป๋อง ผัก ผลไม้ ธัญพืช

2. ขายทัวร์ท่องเที่ยว พ่วงทัวร์สุขภาพ และทัวร์หลังเกษียณ

3. เชิญผู้ทำธุรกิจอาหาร ท่องเที่ยว อสังหาริมทรัพย์ มาอบรมเรื่องการทำธุรกิจกับประเทศไทย โดยเป็นแขกของรัฐบาล สนับสนุนโดยภาคเอกชน

โครงการหารายได้ 50 ล้านบาท

1. โครงการฝึกอาชีพ พร้อมเงินทุนหมุนเวียน 10 ล้านคน สร้างรายได้ปีละ 10 ล้านล้านบาท

2. สร้างระบบขายก่อนปลูก สินค้าเกษตร ทั้งสดและแปรรูป ทุกคุณภาพ จนเกษตรกรร่ำรวย จนมีรายได้ปีละ 10 ล้านล้านบาท

3. พัฒนาเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวระดับโลก ให้มีรายได้ปีละ 10 ล้านล้านบาท

4. พัฒนาเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ ระดับโลก ให้มีรายได้ปีละ 10 ล้านล้านบาท

5. พัฒนาเป็นศูนย์หลังเกษียณโลก ที่คุ้มค่าที่สุด จนทุกคนจากทั่วโลก อยากมาใช้ชีวิตในบั้นปลาย เพื่อสร้างรายได้ปีละ 10 ล้านล้านบาท เข้าประเทศ

5.1 จัดโซนนิ่งทั่วประเทศ ตามกลุ่มประเทศ

5.1.1 แต่ละกลุ่มประเทศชอบไม่เหมือนกัน

5.1.2 บางประเทศไม่ถูกกัน

5.1.2.1 จีน ไม่ถูกกับ อินเดีย

5.1.2.2 นอร์เวย์ ไม่ถูกกับ สวีเดน

5.2 อสังหาริมทรัพย์จะโตแบบก้าวกระโดด

รวมเป็นรายได้ปีละ 50 ล้านล้านบาท

โครงการสร้างอาชีพ เพื่อพลิกฟื้นเศรษฐกิจ :

สร้างหลักสูตรฝึกอาชีพให้คนรากหญ้าแบบฉุกเฉิน พร้อมเงินทุนหมุนเวียน ให้สามารถเพิ่มช่องทางในการประกอบอาชีพที่สร้างรายได้อย่างยั่งยืน

1. สำรวจความต้องการสินค้าและบริการของตลาดในแต่ละพื้นที่ แล้วเพิ่มพื้นที่ประกอบอาชีพให้เพียงพอกับขนาดของตลาด ทั้งแบบออนไลน์และออฟไลน์

2. เปิดให้ประชาชนลงทะเบียนเรียนในแต่ละพื้นที่ ใครสอบผ่าน รัฐให้สินเชื่อแบบใช้บุคคลค้ำประกัน คนละ 1 ล้านบาท จำนวนตามงบประมาณที่มี อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 6 ต่อปี ผ่อนชำระ วันละ 500 บาท

3. วิธีนี้จะช่วยสร้างรายได้อย่างยั่งยืน และขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้อีกหลายล้านล้านบาท ครับ

วิธีทำให้ยางพารา ขายได้ราคาสูง และเกษตรกรมีกำไรดี :

1. ยางพารา ปลูกได้ดีในไม่กี่ประเทศ

2. ยางพาราของประเทศไทย มีคุณภาพดีที่สุดในโลก

3. เราจำเป็นต้องปล่อยให้จีนและผู้ซื้อยางพาราอื่นๆ ในสมาคมประเทศผู้ผลิตยางธรรมชาติ " ( ANRPC ) กดราคาซื้อยางพารา ในราคาต่ำสุดต่อไปอีกระยะหนึ่ง จนกว่าทางรัฐบาลของเรา จะสามารถ
จัดตั้ง " สมาคมประเทศผู้ส่งออกยางพารา " เพื่อฮั้วราคายาง และควบคุมพื้นที่การปลูกยางพารา ได้สำเร็จ

4. เมื่อเราตั้ง " สมาคมประเทศผู้ส่งออกยางพารา " ได้มั่นคง จนควบคุมปริมาณการผลิตยางพาราและราคาได้แล้ว จึงค่อยพิจารณาลาออกจาก ANRPC

5. ถ้า " สมาคมประเทศผู้ส่งออกยางพารา " สามารถควบคุมพื้นที่การปลูกยางพารา ได้สำเร็จ ก็จะมีอำนาจเหนือตลาด สามารถกำหนดราคายางพารา รายละเอียดการชำระเงิน การจัดส่ง ได้ตามใจชอบ รวมถึงใช้ควบคุมต่อรองกับประเทศคู่ค้าได้อีกด้วย เช่น ขายยางพาราพ่วงข้าว

6. ถ้าควบคุมปริมาณการผลิตยางพาราไม่ได้ ก็ควบคุมราคาไม่ได้ครับ

7. ประเทศไทยมีความอุดมสมบูรณ์มากที่สุดในโลก เราจึงมีความพร้อมที่จะเป็นมหาอำนาจทางการเกษตรอันดับ 1 ของโลก ได้โดยลงทุนน้อยกว่าทุกประเทศ แต่เกษตรกรของเราส่วนใหญ่กลับยากจน ปัญหาเหล่านี้สามารถแก้ไขได้ โดยใช้งบประมาณไม่มาก และใช้เวลาไม่นาน ถ้ามีระบบบริหารจัดการที่ดี พร้อมการตลาดที่ชาญฉลาด ครับ

วิธีขายพืชผลให้ได้ราคาดี โดยรัฐไม่ต้องใช้เงินภาษีไปรับซื้อในราคาเกินจริง :

1. รัฐตั้งทีมการตลาด ส่งออกไปสำรวจความต้องการซื้อผลิตผลทางการเกษตรอย่างละเอียดใน 165 ประเทศทั่วโลก ว่าต้องการสายพันธุ์ไหน เกรดใด ขนาดเท่าไหร่ จำนวนกี่ตัน ราคาเท่าไหร่ ระดับความสุก แล้วอัพเดทลงฐานข้อมูลกลางทุกเดือน

2. รัฐวิจัยดินทั่วประเทศว่า พื้นที่ไหน เหมาะจะปลูกพืชชนิดไหน อย่างไรบ้าง เพื่อลดต้นทุนการบำรุงดินที่ไม่จำเป็น แล้วบันทึกข้อมูลลงในฐานข้อมูลคอมพิวเตอร์ออนไลน์

3. รัฐวิจัยพันธุ์พืช ให้ได้สายพันธุ์ที่ตรงตามความต้องการของตลาดมากที่สุด

4. รัฐให้ทีมนักบัญชีและผู้เชี่ยวชาญด้านการปลูกพืชแต่ละชนิด ที่เก่งที่สุด คำณวนว่าพืชชนิดไหน สามารถทำกำไรสูงสุด ถึงต่ำสุดตามลำดับ เพื่อจัดลำดับคววามสำคัญในการเพาะปลูก ตามคุณภาพและปริมาณ

5. รัฐให้เกษตรกรแต่ละคน ทดลองปลูก แล้วให้นักการตลาด ส่งตัวอย่างผลผลิตออกไปทั่วโลก ให้ผูุ้สนใจสั่งซื้อชิม แล้วเปิดจองทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้า โดยมอบส่วนลดพิเศษให้ผู้ซื้อที่ชำระเงินทั้งหมดล่วงหน้า ภายใต้เงื่อนไขการรับประกันคุณภาพ และระยะเวลาการส่งมอบสินค้าที่ชัดเจน

6. รัฐรวบรวมคำสั่งซื้อ ด้วยระบบคอมพิวเตอร์ออนไลน์ แล้วให้เกษตรกรมาลงทะเบียน ตามคุณภาพดิน แหล่งน้ำ และพัฒนาความรู้ เพื่อดำเนินการเพาะปลูก ในจำนวนจำกัด ตามโควต้าการสั่งซื้อพืชผลแต่ละชนิด ภายใต้การควบคุมคุณภาพอย่างเข้มงวด โดยรัฐบาลรับประกันราคารับซื้อในอัตรา 80 % ของราคาในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ตามจำนวนผลผลิต ที่ได้ลงทะเบียนไว้

7. เมื่อผลผลิตพร้อมส่งมอบ รัฐต้องตรวจสอบคุณภาพอย่างละเอียด แล้วส่งออกทั่วโลก โดยเกษตรกรต้องเสียภาษีเงินได้ เพื่อเป็นเงินทุนในการพัฒนาเกษตรปลอดสารพิษคุณภาพสูงที่ขายได้ราคาต่อไป

8. หลังเก็บเกี่ยว เกษตรกรต้องบำรุงดิน ให้อุดมสมบูรณ์ เพื่อเพาะปลูกพืช ตามคำสั่งซื้อต่อไป

กระบวนการเหล่านี้ ใช้งบประมาณน้อยกว่าการทุ่มเงินรับซื้อผลิตผลทางการเกษตร ในราคาสูงกว่าราคาตลาด

เก็บภาษีอย่างไรให้ได้เพิ่มขึ้น 10 เท่า โดยภาคประชาชนและภาคธุรกิจ เสียภาษีลดลง ด้วยการเปลี่ยนระบบหักลดหย่อนภาษี ให้ต้องใช้ใบกำกับภาษีมูลค่าเพิ่มได้อย่างไม่จำกัด

1. เปลี่ยนระบบการหักลดหย่อนภาษีของบุคคลธรรมดา และการหักค่าใช้จ่ายของนิติบุคคล ในแต่ละปีทุกชนิด

1.1 บุคคลธรรมดา : เปลี่ยนจาก เดิมที่ไม่ต้องใช้ใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบ เป็นต้องใช้ใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบ

1.1.1 สามารถหักค่าใช้จ่ายได้เต็มทุกรายการ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายต้องห้าม แต่ไม่เกินกว่ารายได้ต่อปี ทั้งบุคคลธรรมดา คณะบุคคล และนิติบุคคล

1.2 จะทำให้การจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม พุ่งขึ้นหลายเท่ารัฐ จนมีงบประมาณเพิ่มขึ้นทันที มากกว่า 10 ล้านล้านบาท

1.3 บุคคลธรรมดา และนิติบุคคล จะซื้อสินค้าและบริการ ที่มีใบกำกับภาษีมากขึ้นหลาย 10 เท่า เพื่อนำไปหักเป็นค่าใช้จ่าย สำหรับลดภาษีเงินได้

1.4 ผู้ประกอบการที่สามารถออกใบกำกับภาษีได้ จะมียอดขายเพิ่มขึ้นทันทีหลายเท่า

1.5 ผู้ประกอบการที่ไม่สามารถออกใบกำกับภาษีได้ จะยอมเข้าสู่ระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม เพื่อเพิ่มยอดขาย

1.6 บุคคลธรรมดา และนิติบุคคล จะใช้จ่ายแบบมีใบกำกับภาษีเพิ่มขึ้นทันที เพราะไม่มีค่าใช้จ่ายต้องห้ามอีกต่อไป สามารถหักค่าใช้จ่ายได้เต็มทุกรายการ ตามรายได้จริง

1.7 บุคคลธรรมดา และนิติบุคคล ที่เคยเลี่ยงภาษี ด้วยการกระจายรายได้ในชื่ออื่น จะเปลี่ยนมาแจ้งรายได้ตามจริง แล้วใช้วิธีหักค่าใช้จ่ายที่มีใบกำกับภาษีแทน

2. รัฐจะให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำแก่ผู้ประกอบการที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม วงเงินกู้ตามยอดภาษีมูลค่าเพิ่มที่นำส่งในแต่ละปี เพื่อเป็นทุนหมุนเวียนในธุรกิจ เฉพาะสำหรับผู้ประกอบการและลูกจ้าง ที่ยื่นเสียภาษีตามรายได้จริง โดยคิดอัตราดอกเบี้ย ดังต่อไปนี้

2.1 มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน : อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 3 ต่อปี ระยะเวลาผ่อนชำระ 5 ปี

2.2 แบบนิติบุคคล ค้ำประกัน : อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 5 ต่อปี ระยะเวลาผ่อนชำระ 5 ปี

2.3 แบบกลุ่มบุคคลค้ำประกัน : อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 7 ต่อปี ระยะเวลาผ่อนชำระ 5 ปี

2.4 แบบบุคคลค้ำประกัน : อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 9 ต่อปี ระยะเวลาผ่อนชำระ 5 ปี

3. บุคคลธรรมดาและนิติบุคคลรายได้สูงมาก ที่เคยเลี่ยงภาษีด้วยการกระจายเงินได้ในชื่อบุคคลอื่น หรือนิติบุคคลอำพราง จะหันมายื่นเสียภาษีตามรายได้จริง โดยใช้วิธีหักลดหย่อนภาษี ด้วยใบกำกับภาษีซื้อแทน ทำให้เก็บภาษีมูลค่าเพิ่มได้อีกหลาย 10 เท่า

แผนเศรษฐกิจ การเมือง การศึกษา คิดไว้นานแล้ว กำลังเรียบเรียง แล้วจะทยอยลงให้อ่านกัน เชิญแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ครับ