วิธีหารายได้เข้าประเทศให้ได้ปีละ 50 ล้านล้านบาท ภาค 6

แชร์

ช่วง เหตุบ้านการเมือง :

1. ไขข้อสงสัย!! GSP คืออะไร ทำไมสหรัฐถึงต้องตัดสิทธิ์!?

2. เก็บภาษีอย่างไร ให้เพิ่มขึ้นหลายเท่า โดยไม่ต้องขึ้นภาษีเลย แถมมีเงินเหลือไปลดภาษีน้ำมันให้้ถูกลงอีก 30 %

3. หารายได้เข้าประเทศเพิ่มขึ้นหลายเท่าอย่างไร โดยลงทุนน้อยที่สุด

ช่วงผลิตภัณฑ์ดีเด่น :
ผักตบชวากิโลละ 1,000 บาท

ไขข้อสงสัย!! GSP คืออะไร ทำไมสหรัฐถึงต้องตัดสิทธิ์!?

ประเด็นน่าสนใจ

สหรัฐฯ ประกาศตัดสิทธิ GSP สินค้าไทย 573 ราย

GSP คือ สิทธิทางภาษีที่ประเทศที่พัฒนาแล้วบางประเทศให้กับประเทศที่กำลังพัฒนาทั้งหลาย โดยไม่ต้องเสียภาษีสินค้านำเข้าบางรายการ

ผลของการตัดสิทธิ GSP ส่งผลให้ไทยต้องเสียภาษีนำเข้าสหรัฐฯ ประมาณ 1,500-1,800 ล้านบาท

จากกรณีประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามระงับการให้สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรเป็นการทั่วไป หรือ GSP (จีเอสพี) กับ สินค้าไทยมีมากถึง 573 รายการ คิดเป็นมูลค่า 1,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 39,650 ล้านบาท โดยให้เหตุผลว่า “ไทยล้มเหลวในการจัดสิทธิที่เหมาะสมให้กับแรงงานตามหลักสากล” ซึ่งสินค้าไทยที่อยู่ในรายการที่จะถูกตัดสิทธิ GSP ตั้งแต่วันที่ 25 เมษายน 2563

แล้ว GSP คืออะไร?

GSP ย่อมาจาก (General of System of Preferences) คือ “สิทธิทางภาษีที่ประเทศที่พัฒนาแล้วบางประเทศให้กับประเทศที่กำลังพัฒนาทั้งหลาย” โดยไม่ต้องเสียภาษีสินค้านำเข้าบางรายการ เมื่อส่งสินค้าไปขายในประเทศผู้ให้สิทธิ

อีกทั้งเพื่อให้ประเทศที่กำลังพัฒนาสามารถส่งออกสินค้าไปแข่งกับสินค้าจากประเทศที่พัฒนาแล้ว หรือแข่งกับประเทศที่มีความสามารถในการผลิตสินค้าได้ราคาถูกและมีประสิทธิภาพ เช่น จีน เป็นต้น

ประโยชน์ของ GSP สำหรับประเทศที่ได้รับสิทธิ

แน่นอนว่าหากเป็นประเทศที่กำลังพัฒนาการได้สิทธิ GSP จะเกิดกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายในประเทศ เพราะเมื่อเราขายสินค้าได้ จะเกิดการผลิต การจ้างงาน และทำให้เศรษฐกิจของประเทศที่ได้รับสิทธิมีความเจริญเติบโต ทำให้ความเป็นอยู่ของประชาชนและมาตรฐานการครองชีพคนงานในประเทศดีขึ้น

นอกจากนี้ GSP ยังมีส่วนช่วยผู้ประกอบการของประเทศผู้ให้เองสามารถลดต้นทุนในการผลิตสินค้า เมื่อนำเข้าวัตถุดิบจากประเทศที่ได้รับสิทธิ GSP เพราะไม่ต้องเสียภาษีนำเข้าอีกด้วย

การให้สิทธิ GSP

การให้สิทธิ GPS เป็นการให้สิทธิแบบฝ่ายเดียว คือประเทศที่ให้สิทธิ GSP ไม่ได้เรียกร้องผลประโยชน์ตอบแทนจากประเทศผู้รับ แต่เป็นการให้แบบ ‘มีเงื่อนไข’ กล่าวคือประเทศที่จะได้รับสิทธิ GSP จะต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ผู้ให้วางไว้ อาทิ ประเทศสหรัฐอเมริกา

โดยประเทศผู้มีสิทธิ์ได้รับ GSP จากสหรัฐฯ จะต้องมีรายได้ของประชากรต่อหัว ไม่เกิน 12,476 เหรียญสหรัฐต่อคนต่อปี (คิดเป็นเงินไทยราว 3.7 แสนบาท) ในส่วนประเทศไทยมีรายได้เฉลี่ยประมาณ 6 พันเหรียญสหรัฐต่อคนต่อปี (คิดเป็นเงินไทยราว 1.8 แสนบาท) และต้องเป็นประเทศที่ไม่สนับสนุน หรือเกี่ยวข้องกับการก่อการร้ายระหว่างประเทศ

ต้องมีการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาในระดับที่ดีพอสมควร มีการคุ้มครองสิทธิแรงงานตามมาตรฐานสากล มีความพยายามในการขจัดการใช้แรงงานเด็ก และมีเงื่อนไขอื่นๆ ด้านการค้าและการปฏิบัติต่อสหรัฐอย่างเท่าเทียมกับประเทศอื่นๆ

ปัจจุบันสหรัฐฯให้สิทธิ GSP แก่ประเทศต่างๆ ประมาณ 125 ประเทศ ครอบคลุมสินค้าประมาณ 3,500 รายการ โดยสหรัฐเริ่มให้สิทธิทางภาษีแก่ประเทศต่างๆ โดยออกเป็นกฎหมายตั้งแต่ปี พ.ศ.2517

สหรัฐฯเคยตัดสิทธิ GSP ในหลายประเทศมาแล้ว

ในอดีตนั้นสหรัฐฯมีการยกเลิกการให้สิทธิ GPS แก่ประเทศต่างๆ เนื่องจากไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่วางไว้ อาทิ กรณีไม่คุ้มครองสิทธิแรงงาน เช่น ประเทศบังกลาเทศ ในปี 2556 เบลารุส ในปี 2543 , กรณีไม่คุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา เช่น ประเทศ ฮอนดูรัส ในปี 2541 ยูเครน ในปี 2544

และล่าสุดคือ ‘ประเทศไทย’ กรณีไม่มีการคุ้มครองสิทธิแรงงานตามมาตรฐานสากล ส่งผลให้สินค้าไทย 573 รายการ ถูกตัดสิทธิโดยมีผลตั้งแต่วันที่ 25 เมษายน 2563

ไทยกระทบอย่างไรบ้าง…?

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ กล่าวถึงกรณีสหรัฐอเมริกาตัดสิทธิทางภาษีสินค้าไทย โดยระบุว่าปัจจุบันสหรัฐให้สิทธิ GSP สินค้าไทยที่ส่งออกไปยังสหรัฐฯ รวมทั้งหมด 1,800 ล้านเหรียญสหรัฐ แต่ไทยไม่ได้ใช้สิทธิ์เต็มตามจำนวนที่ให้สิทธิ์ โดยใช้สิทธิ์แค่ 1,300 ล้านเหรียญสหรัฐเท่านั้น

โดยผลกระทบจากการตัดสิทธิ GSP จะทำให้สิค้าไทยที่ส่งออกไปยังประเทศสหรัฐฯ จะต้องเสีนภาษีนำเข้าสหรัฐ ซึ่งจากเดิมไม่ต้องเสีย โดยจะต้องเสียภาษีเฉลี่ยประมาณร้อยละ 4-5 ซึ่งภาระทางภาษีแต่ละปี เมื่อคำนวณแล้วประมาณ 1,500-1,800 ล้านบาท

ส่งผลให้สินค้าไทย 573 รายการ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นประเภทของกินและของใช้ อาทิอาหารทะเล ผักและผลไม้ เมล็ดพันธุ์ น้ำเชื่อมและน้ำตาล ซอสถั่วเหลือง น้ำผักและน้ำผลไม้ ไปจนถึงอุปกรณ์เครื่องครัว ประตูหน้าต่าง ไม้อัดและไม้แปรรูป ตะกร้า ดอกไม้ประดิษฐ์ จานชาม เครื่องประดับ เหล็กแผ่น สแตนเลส ฯลฯ

นายกฯ เตรียมหารือสหรัฐฯ ทบทวนระงับ GSP

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า ไม่อยากให้มีการคาดเดา หรือ ตื่นตระหนก กรณีที่สหรัฐอเมริกาตัดสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร หรือ GSP แก่สินค้าส่งออกบางประเภทจากไทยว่าเกิดจากเหตุผลอะไร เพราะอาจจะกลายเป็นประเด็นทางการเมือง หรือ เกิดปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ขึ้นจนทำให้สถานการณ์ยิ่งเลวร้ายไปกว่าเดิม

ทั้งนี้ที่ผ่านมารัฐบาลทราบถึงปัญหาในจุดนี้อยู่แล้ว แต่ก็ยังพบว่ามีปัจจัยจากปัญหาเรื่องของแรงงาน จึงจะใช้เวทีการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ที่มีผู้แทนสหรัฐอเมริการ่วมประชุม หยิบยกนำประเด็น GSP ขึ้นหาหารือ

ทางด้าน นายกีรติ รัชโน ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ ระบุว่า ได้เชิญผู้ประกอบการหารือเพื่อรับทราบสถานการณ์ และประเมินผลกระทบหากถูกเพิกถอนสิทธิ GSP ตั้งแต่ช่วงปลายปี 2561

โดยแนะนำให้ผู้ประกอบการ หาตลาดใหม่ทดแทนตลาดเดิม เช่น รัสเซีย ยุโรปตะวันออก อเมริกาใต้ ตะวันออกลาง ฯลฯ ตลอดจน การใช้ประโยชน์จากประเทศที่ไทยจัดทำความตกลงเขตการค้าเสรี FTA 13 กรอบความตกลง จาก อาเซียน จีน ญี่ปุ่น อินเดีย ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ชิลี และเปรู และขยายการลงทุนไปยังประเทศที่ยังคงได้รับสิทธิ GSP สหรัฐฯ

อย่างไรก็ตามหากประเทศที่ถูกยกเลิก GSP มีการปรับปรุงและปฏิบัติตามหลักเกณฑ์จะได้สิทธิ GSP กลับคืนมา ในขณะที่ประเทศไทยของเรายังมีเวลาในการเจรจา และสามารถที่จะอุทธรณ์หรือขอให้ทบทวนใหม่ได้ แต่นั้นก็ขึ้นอยู่กับทาง ‘สหรัฐอเมริกา’ ด้วยเช่นกัน

ขอบคุณข้อมูล : กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ

 

ช่วงทำมาหารวย :

" ทุกคนรวยได้ ถ้ามีความเชื่อ " ครับ

https://www.isoptik.com/th/ultra-progressive/622

ผมเชื่อว่า คนไทยถ้าลองตั้งใจทำอะไรแล้ว เราผลิตสินค้า และให้บริการที่มีคุณภาพสู้ทั้งโลกได้ ผมเชื่อว่าคนไทยเก่งไม่แพ้ชาติใดในโลก และผมก็ภูมิใจที่ได้พิสูจน์ให้โลกรู้ว่า คนไทยทำแว่นได้ดีที่สุดในโลก ครับ

www.thaibetter.com

ผมขอส่งพลังแห่งความเชื่อนี้ ไปถึงทุกท่าน โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ ผมอยากจะให้ลุกขึ้นมามีความฝันจะเป็นผู้ประกอบการระดับโลก อยากจะเป็นผู้เชี่ยวชาญที่ทั้งโลกยอมรับ

สิ่งแรกที่ต้องเริ่ม และยึดไว้ในใจเลย คือต้องมีความเชื่อ ถ้าสำหรับคนที่เชื่อพระเจ้าก็จะง่าย เพราะว่าเราจะเชื่อว่า เรามีพระเจ้า ไม่มีอะไรที่เราทำไม่ได้ เราจะกล้าทำในสิ่งที่ยิ่งใหญ่ สำหรับคนที่ยังไม่รู้จักพระเจ้า ผมแนะนำให้ตั้งจิตอธิษฐานต่อพระเจ้าผู้สูงสุด และจงเชื่อมั่นในพลังของตนเอง จงเชื่อว่าพระเจ้าทรงสร้างมนุษย์แต่ละคนอย่างมีวัตถุประสงค์ และมีศักยภาพ

ดังนั้นเรื่องแรกเลยคือต้องเชื่อมั่นในตัวเองก่อน ต้องเลิกคิดว่าฉันทำไม่ได้ เลิกคิดลบ พยายามคิดบวก ต้องเชื่อมั่นในตัวเอง และมีความฝัน ถึงแม้ว่าการค้นหาตัวเองให้พบไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ผมแนะนำสั้นๆ ง่ายๆ ว่า ถ้าอยากจะหาตัวเองให้เจอ แล้วเราไม่รู้ว่าเราชอบทำอะไร อยากทำอะไร หรือเราทำอะไรได้ดี ผมแนะนำให้ทำทุกอย่าง เพื่อให้รู้ว่าอะไรที่เราหลงใหล อะไรที่เราทำแล้วมีความสุข ทำแล้วเราทำออกมาได้ดีกว่าคนอื่น ทำออกมาแล้วดีขึ้นเรื่อยๆ จนลืมวัน ลืมคืน ลืมเวลา เราจะขลุกอยู่กับมันได้ โดยไม่คิดว่ามันเป็นงาน นั่นคือสิ่งที่ เป็นตัวตนที่แท้จริง

ถ้าเกิดเราทำอะไรก็ตาม เราแค่ตั้งใจว่าทำให้ดีขึ้นทุกวันแค่นั้น เวลาอาจจะผ่านไปเป็นปี 10 ปี หรืออาจจะหลายสิบปี เพียงตื่นขึ้นมาเช้าวันหนึ่ง จะพบว่าเรากลายเป็นคนที่ทำได้ดีที่สุดในโลกไปแล้วให้ตั้งเป้าไว้เลยว่าพรุ่งนี้เราต้องทำให้ดีกว่าวันนี้

ทุกคนทำได้ถ้ามีความเชื่อ ต้องเชื่อในตัวเอง ต้องคิดใหญ่ อย่าไปคิดเล็ก แล้วเวลาเราคิด เรามีความฝัน เราอย่าไปฟังคนที่คอยดับฝันเรา ผมขอร้องพ่อแม่ ผู้ปกครองอย่าดับความฝันของลูก ผมเข้าใจว่าหลายครอบครัว ผมเข้าใจว่าหลายครอบครัวอยากจะให้ลูกมีอาชีพหน้าที่ การงานที่ดี แต่ความสุขของลูกคืออะไร คนแต่ละคนจะมีความสุขในชีวิตได้ เขาต้องได้ทำในสิ่งที่เขารัก และชอบ

" ถ้าเชื่อ ก็ทำได้ทุกสิ่ง "

วีดีโอบทสัมภาษณ์ ปรมาจารย์โบบิ ผู้อำนวยการศูนย์แว่นตาไอซอพติก

ตอน " วิสัยทัศน์และศรัทธา สู่ธุรกิจแว่นสายตาระดับโลก "

โดย คุณ สายสวรรค์ ขยันยิ่ง ในรายการ Lightning Talk กับ ช่อง 3 แฟมิลี่

 

พัฒนาการทำมาหารวยของคนไทย ในทุกระดับชั้น เพื่อค้าขายกับคนมีกำลังซื้อสูง

1. มหาเศรษฐี 34 ล้านคน

2. คนรวย 500 ล้านคน

รวม 534 ล้านคน

รวม 3,134 ล้านคน โดยส่งเซลไปขายสินค้ากับ 165 ประเทศทั่วโลก ด้วยเครื่องบินโดยสนารกึ่งคาร์โก้โบอิ้ง 747 บรรทุกสินค้าตัวอย่างไปนำเสนอลูกค้า แถมขากลับยังรับผู้แทนการค้าจากแต่ละประเทศ มาเที่ยวและเลือกสั่งซื้อสินค้าจากประเทศไทยได้ด้วย

สำหรับต้นทุนในการบินแต่ละเที่ยวของBoeing 747 อยู่ที่ 24,000-27,000 เหรียญสหรัฐต่อชั่วโมง (ราว 754,800-849,000 บาทต่อชั่วโมง) และมีค่าบำรุงรักษา (Maintenance) ในการบินต่อครั้งที่ไม่ใช่น้อยๆ เช่นกัน ส่วนราคาเครื่องบินก็อยู่ที่ประมาณ 402.9 ล้านเหรียญสหรัฐต่อลำในปี 2018 (สำหรับโมเดล 747-8)

Freighter แบบโบอิ้ง 747-400 ซึ่งได้มอบหมายให้บริษัท โบอิ้งฯ เป็นผู้ดำเนินการดัดแปลงให้เป็นเครื่องบินขนส่งสินค้าทางอากาศโดยเฉพาะ ซึ่งมีขีดความสามารถในการบรรทุกสินค้าได้ 100 ตันต่อเที่ยวบิน

1. โครงการฝึกอาชีพ พร้อมเงินทุนหมุนเวียน 10 ล้านคน สร้างรายได้ปีละ 10 ล้านล้านบาท

2. สร้างระบบขายก่อนปลูก สินค้าเกษตร ทั้งสดและแปรรูป ทุกคุณภาพ จนเกษตรกรร่ำรวย จนมีรายได้ปีละ 10 ล้านล้านบาท

3. พัฒนาเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวระดับโลก ให้มีรายได้ปีละ 10 ล้านล้านบาท

4. พัฒนาเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ ระดับโลก ให้มีรายได้ปีละ 10 ล้านล้านบาท

5. พัฒนาเป็นศูนย์หลังเกษียณโลก ที่คุ้มค่าที่สุด จนทุกคนจากทั่วโลก อยากมาใช้ชีวิตในบั้นปลาย เพื่อสร้างรายได้ปีละ 10 ล้านล้านบาท เข้าประเทศ

5.1 จัดโซนนิ่งทั่วประเทศ ตามกลุ่มประเทศ

5.1.1 แต่ละกลุ่มประเทศชอบไม่เหมือนกัน

5.1.2 บางประเทศไม่ถูกกัน

5.1.2.1 จีน ไม่ถูกกับ อินเดีย

5.1.2.2 นอร์เวย์ ไม่ถูกกับ สวีเดน

รวมเป็นรายได้ปีละ 50 ล้านล้านบาท

 

โครงการสร้างอาชีพ เพื่อพลิกฟื้นเศรษฐกิจ :

สร้างหลักสูตรฝึกอาชีพให้คนรากหญ้าแบบฉุกเฉิน พร้อมเงินทุนหมุนเวียน ให้สามารถเพิ่มช่องทางในการประกอบอาชีพที่สร้างรายได้อย่างยั่งยืน

1. สำรวจความต้องการสินค้าและบริการของตลาดในแต่ละพื้นที่ แล้วเพิ่มพื้นที่ประกอบอาชีพให้เพียงพอกับขนาดของตลาด ทั้งแบบออนไลน์และออฟไลน์

2. เปิดให้ประชาชนลงทะเบียนเรียนในแต่ละพื้นที่ ใครสอบผ่านได้ไมาตรฐานสูง รัฐให้สินเชื่อแบบใช้บุคคลค้ำประกัน คนละ 1 ล้านบาท จำนวนตามงบประมาณที่มี อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 6 ต่อปี ผ่อนชำระ วันละ 500 บาท

3. วิธีนี้จะช่วยสร้างรายได้อย่างยั่งยืน และขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้อีกหลายล้านล้านบาท ครับ

วิธีขายพืชผลให้ได้ราคาดี โดยรัฐไม่ต้องใช้เงินภาษีไปรับซื้อในราคาเกินจริง :

1. รัฐตั้งทีมการตลาด ส่งออกไปสำรวจความต้องการซื้อผลิตผลทางการเกษตรอย่างละเอียดใน 165 ประเทศทั่วโลก ว่าต้องการสายพันธุ์ไหน เกรดใด ขนาดเท่าไหร่ จำนวนกี่ตัน ราคาเท่าไหร่ ระดับความสุก แล้วอัพเดทลงฐานข้อมูลกลางทุกเดือน

2. รัฐวิจัยดินทั่วประเทศว่า พื้นที่ไหน เหมาะจะปลูกพืชชนิดไหน อย่างไรบ้าง เพื่อลดต้นทุนการบำรุงดินที่ไม่จำเป็น แล้วบันทึกข้อมูลลงในฐานข้อมูลคอมพิวเตอร์ออนไลน์

3. รัฐวิจัยพันธุ์พืช ให้ได้สายพันธุ์ที่ตรงตามความต้องการของตลาดมากที่สุด

4. รัฐให้ทีมนักบัญชีและผู้เชี่ยวชาญด้านการปลูกพืชแต่ละชนิด ที่เก่งที่สุด คำณวนว่าพืชชนิดไหน สามารถทำกำไรสูงสุด ถึงต่ำสุดตามลำดับ เพื่อจัดลำดับคววามสำคัญในการเพาะปลูก ตามคุณภาพและปริมาณ

5. รัฐให้เกษตรกรแต่ละคน ทดลองปลูก แล้วให้นักการตลาด ส่งตัวอย่างผลผลิตออกไปทั่วโลก ให้ผูุ้สนใจสั่งซื้อชิม แล้วเปิดจองทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้า โดยมอบส่วนลดพิเศษให้ผู้ซื้อที่ชำระเงินทั้งหมดล่วงหน้า ภายใต้เงื่อนไขการรับประกันคุณภาพ และระยะเวลาการส่งมอบสินค้าที่ชัดเจน

6. รัฐรวบรวมคำสั่งซื้อ ด้วยระบบคอมพิวเตอร์ออนไลน์ แล้วให้เกษตรกรมาลงทะเบียน ตามคุณภาพดิน แหล่งน้ำ และพัฒนาความรู้ เพื่อดำเนินการเพาะปลูก ในจำนวนจำกัด ตามโควต้าการสั่งซื้อพืชผลแต่ละชนิด ภายใต้การควบคุมคุณภาพอย่างเข้มงวด โดยรัฐบาลรับประกันราคารับซื้อในอัตรา 80 % ของราคาในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ตามจำนวนผลผลิต ที่ได้ลงทะเบียนไว้

7. เมื่อผลผลิตพร้อมส่งมอบ รัฐต้องตรวจสอบคุณภาพอย่างละเอียด แล้วส่งออกทั่วโลก โดยเกษตรกรต้องเสียภาษีเงินได้ เพื่อเป็นเงินทุนในการพัฒนาเกษตรปลอดสารพิษคุณภาพสูงที่ขายได้ราคาต่อไป

8. หลังเก็บเกี่ยว เกษตรกรต้องบำรุงดิน ให้อุดมสมบูรณ์ เพื่อเพาะปลูกพืช ตามคำสั่งซื้อต่อไป

กระบวนการเหล่านี้ ใช้งบประมาณน้อยกว่าการทุ่มเงินรับซื้อผลิตผลทางการเกษตร ในราคาสูงกว่าราคาตลาด

ตัวอย่างการเสนอขายสินค้าและบริการแบบครบวงจร ให้กับผู้ทำธุรกิจอาหาร ท่องเที่ยว อสังหาริมทรัพย์

1. จัดงานขายสินค้าไทยใน 165 ประเทศ

1.1 เลี้ยงอาหารไทย

1.2 ขายข้าวสาร ข้าวสวยกระป๋อง หม้อหุงข้าว กับข้าวกระป๋อง ผัก ผลไม้ ธัญพืช

2. ขายทัวร์ท่องเที่ยว พ่วงทัวร์สุขภาพ และทัวร์หลังเกษียณ

3. เชิญผู้ทำธุรกิจอาหาร ท่องเที่ยว อสังหาริมทรัพย์ มาอบรมเรื่องการทำธุรกิจกับประเทศไทย โดยเป็นแขกของรัฐบาล สนับสนุนโดยภาคเอกชน

 

1. ยางพารา ปลูกได้ดีในไม่กี่ประเทศ

2. ยางพาราของประเทศไทย มีคุณภาพดีที่สุดในโลก

3. เราจำเป็นต้องปล่อยให้จีนและผู้ซื้อยางพาราอื่นๆ ในสมาคมประเทศผู้ผลิตยางธรรมชาติ " ( ANRPC ) กดราคาซื้อยางพารา ในราคาต่ำสุดต่อไปอีกระยะหนึ่ง จนกว่าทางรัฐบาลของเรา จะสามารถ
จัดตั้ง " สมาคมประเทศผู้ส่งออกยางพารา " เพื่อฮั้วราคายาง และควบคุมพื้นที่การปลูกยางพารา ได้สำเร็จ

2. เมื่อเราตั้ง " สมาคมประเทศผู้ส่งออกยางพารา " ได้มั่นคง จนควบคุมปริมาณการผลิตยางพาราและราคาได้แล้ว จึงค่อยพิจารณาลาออกจาก ANRPC ครับ

3. ถ้า " สมาคมประเทศผู้ส่งออกยางพารา " สามารถควบคุมพื้นที่การปลูกยางพารา ได้สำเร็จ ก็จะมีอำนาจเหนือตลาด สามารถกำหนดราคายางพารา รายละเอียดการชำระเงิน การจัดส่ง ได้ตามใจชอบ รวมถึงใช้ควบคุมต่อรองกับประเทศคู่ค้าได้อีกด้วย เช่น ขายยางพาราพ่วงข้าว

4. ถ้าควบคุมปริมาณการผลิตยางพาราไม่ได้ ก็ควบคุมราคาไม่ได้ครับ

5. ประเทศไทยมีความอุดมสมบูรณ์มากที่สุดในโลก เราจึงมีความพร้อมที่จะเป็นมหาอำนาจทางการเกษตรอันดับ 1 ของโลก ได้โดยลงทุนน้อยกว่าทุกประเทศ แต่เกษตรกรของเราส่วนใหญ่กลับยากจน ปัญหาเหล่านี้สามารถแก้ไขได้ โดยใช้งบประมาณไม่มาก และใช้เวลาไม่นาน ถ้ามีระบบบริหารจัดการที่ดี พร้อมการตลาดที่ชาญฉลาด ครับ

 

เก็บภาษีอย่างไรให้ได้เพิ่มขึ้น 10 เท่า โดยภาคประชาชนและภาคธุรกิจ เสียภาษีลดลง ด้วยการเปลี่ยนระบบหักลดหย่อนภาษี ให้ต้องใช้ใบกำกับภาษีมูลค่าเพิ่มได้อย่างไม่จำกัด

1. เปลี่ยนระบบการหักลดหย่อนภาษีของบุคคลธรรมดา และการหักค่าใช้จ่ายของนิติบุคคล ในแต่ละปีทุกชนิด

1.1 บุคคลธรรมดา : เปลี่ยนจาก เดิมที่ไม่ต้องใช้ใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบ เป็นต้องใช้ใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบ

1.1.1 สามารถหักค่าใช้จ่ายได้เต็มทุกรายการ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายต้องห้าม แต่ไม่เกินกว่ารายได้ต่อปี ทั้งบุคคลธรรมดา คณะบุคคล และนิติบุคคล

1.2 จะทำให้การจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม พุ่งขึ้นหลายเท่ารัฐ จนมีงบประมาณเพิ่มขึ้นทันที มากกว่า 10 ล้านล้านบาท

1.3 บุคคลธรรมดา และนิติบุคคล จะซื้อสินค้าและบริการ ที่มีใบกำกับภาษีมากขึ้นหลาย 10 เท่า เพื่อนำไปหักเป็นค่าใช้จ่าย สำหรับลดภาษีเงินได้

1.4 ผู้ประกอบการที่สามารถออกใบกำกับภาษีได้ จะมียอดขายเพิ่มขึ้นทันทีหลายเท่า

1.5 ผู้ประกอบการที่ไม่สามารถออกใบกำกับภาษีได้ จะยอมเข้าสู่ระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม เพื่อเพิ่มยอดขาย

1.6 บุคคลธรรมดา และนิติบุคคล จะใช้จ่ายแบบมีใบกำกับภาษีเพิ่มขึ้นทันที เพราะไม่มีค่าใช้จ่ายต้องห้ามอีกต่อไป สามารถหักค่าใช้จ่ายได้เต็มทุกรายการ ตามรายได้จริง

1.7 บุคคลธรรมดา และนิติบุคคล ที่เคยเลี่ยงภาษี ด้วยการกระจายรายได้ในชื่ออื่น จะเปลี่ยนมาแจ้งรายได้ตามจริง แล้วใช้วิธีหักค่าใช้จ่ายที่มีใบกำกับภาษีแทน

2. รัฐจะให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำแก่ผู้ประกอบการที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม วงเงินกู้ตามยอดภาษีมูลค่าเพิ่มที่นำส่งในแต่ละปี เพื่อเป็นทุนหมุนเวียนในธุรกิจ เฉพาะสำหรับผู้ประกอบการและลูกจ้าง ที่ยื่นเสียภาษีตามรายได้จริง โดยคิดอัตราดอกเบี้ย ดังต่อไปนี้

2.1 มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน : อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 3 ต่อปี ระยะเวลาผ่อนชำระ 5 ปี

2.2 แบบนิติบุคคล ค้ำประกัน : อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 5 ต่อปี ระยะเวลาผ่อนชำระ 5 ปี

2.3 แบบกลุ่มบุคคลค้ำประกัน : อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 7 ต่อปี ระยะเวลาผ่อนชำระ 5 ปี

2.4 แบบบุคคลค้ำประกัน : อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 9 ต่อปี ระยะเวลาผ่อนชำระ 5 ปี

3. บุคคลธรรมดาและนิติบุคคลรายได้สูงมาก ที่เคยเลี่ยงภาษีด้วยการกระจายเงินได้ในชื่อบุคคลอื่น หรือนิติบุคคลอำพราง จะหันมายื่นเสียภาษีตามรายได้จริง โดยใช้วิธีหักลดหย่อนภาษี ด้วยใบกำกับภาษีซื้อแทน ทำให้เก็บภาษีมูลค่าเพิ่มได้อีกหลาย 10 เท่า

แผนเศรษฐกิจ การเมือง การศึกษา คิดไว้นานแล้ว กำลังเรียบเรียง แล้วจะทยอยลงให้อ่านกัน เชิญแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ครับ

" ถ้าเชื่อ ก็ทำได้ทุกสิ่ง " ครับ