ทำอย่างไร คนไทยจึงจะมีรายได้เฉลี่ยครัวเรือนละ 1 ล้านบาทต่อปี

แชร์

พรรคการเมืองที่เรียกร้องประชาธิปไตย แต่บริหารพรรคแบบเผด็จการ จะบริหารประเทศแบบประชาธิปไตยได้หรือ

ระบอบประชาธิปไตย สส.พรรค ควรทำตามคำสั่งนายทุนพรรค หรือประชาชน

ประชาธิปไตย คือ ระบอบการปกครองที่ถือมติประชาชนเป็นใหญ่

พัฒนาการทำมาหารวยของคนไทย ในทุกระดับชั้น เพื่อค้าขายกับ คนรวย 34 ล้านคน คนฐานะปานกลาง 500 ล้านคน คนพอมีเงินอีก 2.6 พันล้านคน = คน 3,134 ล้านคน โดยส่งเซลไปขายสินค้ากับ 165 ประเทศทั่วโลก

1. โครงการฝึกอาชีพ พร้อมเงินทุนหมุนเวียน สร้างรายได้ปีละ 10 ล้านล้านบาท

2. สร้างระบบขายก่อนปลูก สินค้าเกษตร ทั้งสดและแปรรูป ทุกคุณภาพ จนเกษตรกรร่ำรวย จนมีรายได้ปีละ 10 ล้านล้านบาท

3. พัฒนาเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวระดับโลก ให้มีรายได้ปีละ 10 ล้านล้านบาท

4. พัฒนาเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ ระดับโลก ให้มีรายได้ปีละ 10 ล้านล้านบาท

5. พัฒนาเป็นศูนย์หลังเกษียณโลก ที่คุ้มค่าที่สุด จนทุกคนจากทั่วโลก อยากมาใช้ชีวิตในบั้นปลาย เพื่อสร้างรายได้ปีละ 10 ล้านล้านบาท เข้าประเทศ

5.1 จัดโซนนิ่งทั่วประเทศ ตามกลุ่มประเทศ

5.1.1 แต่ละกลุ่มประเทศชอบไม่เหมือนกัน

5.1.2 บางประเทศไม่ถูกกัน

5.1.2.1 จีน ไม่ถูกกับ อินเดีย

5.1.2.2 นอร์เวย์ ไม่ถูกกับ สวีเดน

รวมเป็นรายได้ปีละ 50 ล้านล้านบาท

โครงการสร้างอาชีพ เพื่อพลิกฟื้นเศรษฐกิจ :

สร้างหลักสูตรฝึกอาชีพให้คนรากหญ้าแบบฉุกเฉิน พร้อมเงินทุนหมุนเวียน ให้สามารถเพิ่มช่องทางในการประกอบอาชีพที่สร้างรายได้อย่างยั่งยืน

1. สำรวจความต้องการสินค้าและบริการของตลาดในแต่ละพื้นที่ แล้วเพิ่มพื้นที่ประกอบอาชีพให้เพียงพอกับขนาดของตลาด ทั้งแบบออนไลน์และออฟไลน์

2. เปิดให้ประชาชนลงทะเบียนเรียนในแต่ละพื้นที่ ใครสอบผ่านได้ไมาตรฐานสูง รัฐให้สินเชื่อแบบใช้บุคคลค้ำประกัน คนละ 1 ล้านบาท จำนวนตามงบประมาณที่มี อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 6 ต่อปี ผ่อนชำระ วันละ 500 บาท

3. วิธีนี้จะช่วยสร้างรายได้อย่างยั่งยืน และขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้อีกหลายล้านล้านบาท ครับ

วิธีขายพืชผลให้ได้ราคาดี โดยรัฐไม่ต้องใช้เงินภาษีไปรับซื้อในราคาเกินจริง :

1. รัฐตั้งทีมการตลาด ส่งออกไปสำรวจความต้องการซื้อผลิตผลทางการเกษตรอย่างละเอียดใน 165 ประเทศทั่วโลก ว่าต้องการสายพันธุ์ไหน เกรดใด ขนาดเท่าไหร่ จำนวนกี่ตัน ราคาเท่าไหร่ ระดับความสุก แล้วอัพเดทลงฐานข้อมูลกลางทุกเดือน

2. รัฐวิจัยดินทั่วประเทศว่า พื้นที่ไหน เหมาะจะปลูกพืชชนิดไหน อย่างไรบ้าง เพื่อลดต้นทุนการบำรุงดินที่ไม่จำเป็น แล้วบันทึกข้อมูลลงในฐานข้อมูลคอมพิวเตอร์ออนไลน์

3. รัฐวิจัยพันธุ์พืช ให้ได้สายพันธุ์ที่ตรงตามความต้องการของตลาดมากที่สุด

4. รัฐให้ทีมนักบัญชีและผู้เชี่ยวชาญด้านการปลูกพืชแต่ละชนิด ที่เก่งที่สุด คำณวนว่าพืชชนิดไหน สามารถทำกำไรสูงสุด ถึงต่ำสุดตามลำดับ เพื่อจัดลำดับคววามสำคัญในการเพาะปลูก ตามคุณภาพและปริมาณ

5. รัฐให้เกษตรกรแต่ละคน ทดลองปลูก แล้วให้นักการตลาด ส่งตัวอย่างผลผลิตออกไปทั่วโลก ให้ผูุ้สนใจสั่งซื้อชิม แล้วเปิดจองทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้า โดยมอบส่วนลดพิเศษให้ผู้ซื้อที่ชำระเงินทั้งหมดล่วงหน้า ภายใต้เงื่อนไขการรับประกันคุณภาพ และระยะเวลาการส่งมอบสินค้าที่ชัดเจน

6. รัฐรวบรวมคำสั่งซื้อ ด้วยระบบคอมพิวเตอร์ออนไลน์ แล้วให้เกษตรกรมาลงทะเบียน ตามคุณภาพดิน แหล่งน้ำ และพัฒนาความรู้ เพื่อดำเนินการเพาะปลูก ในจำนวนจำกัด ตามโควต้าการสั่งซื้อพืชผลแต่ละชนิด ภายใต้การควบคุมคุณภาพอย่างเข้มงวด โดยรัฐบาลรับประกันราคารับซื้อในอัตรา 80 % ของราคาในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ตามจำนวนผลผลิต ที่ได้ลงทะเบียนไว้

7. เมื่อผลผลิตพร้อมส่งมอบ รัฐต้องตรวจสอบคุณภาพอย่างละเอียด แล้วส่งออกทั่วโลก โดยเกษตรกรต้องเสียภาษีเงินได้ เพื่อเป็นเงินทุนในการพัฒนาเกษตรปลอดสารพิษคุณภาพสูงที่ขายได้ราคาต่อไป

8. หลังเก็บเกี่ยว เกษตรกรต้องบำรุงดิน ให้อุดมสมบูรณ์ เพื่อเพาะปลูกพืช ตามคำสั่งซื้อต่อไป

กระบวนการเหล่านี้ ใช้งบประมาณน้อยกว่าการทุ่มเงินรับซื้อผลิตผลทางการเกษตร ในราคาสูงกว่าราคาตลาด

ตัวอย่างการเสนอขายสินค้าและบริการแบบครบวงจร ให้กับผู้ทำธุรกิจอาหาร ท่องเที่ยว อสังหาริมทรัพย์

1. จัดงานขายสินค้าไทยใน 165 ประเทศ

1.1 เลี้ยงอาหารไทย

1.2 ขายข้าวสาร ข้าวสวยกระป๋อง หม้อหุงข้าว กับข้าวกระป๋อง ผัก ผลไม้ ธัญพืช

2. ขายทัวร์ท่องเที่ยว พ่วงทัวร์สุขภาพ และทัวร์หลังเกษียณ

3. เชิญผู้ทำธุรกิจอาหาร ท่องเที่ยว อสังหาริมทรัพย์ มาอบรมเรื่องการทำธุรกิจกับประเทศไทย โดยเป็นแขกของรัฐบาล สนับสนุนโดยภาคเอกชน