หารายได้แบบทวีคูณ

แชร์

1. การหารายได้เข้ารัฐด้วยภาษีมูลค่าเพิ่ม

1.1 เปลี่ยนระบบหักลดหย่อนภาษีทุกชนิด
ในแต่ละปี เพื่อให้เก็บภาษีมูลค่าเพิ่มได้มากขึ้นอย่างน้อย 10 เท่า

1.1 บุคคลธรรมดา :

1.1.1 เปลี่ยนจาก เดิมที่หักลดหย่อนภาษีได้อย่างจำกัด และไม่ต้องใช้ใบกำกับภาษีซื้อ

1.1.2 เป็นต้องใช้ใบกำกับภา1. การหารายได้เข้ารัฐด้วยภาษีมูลค่าเพิ่ม

1.1 เปลี่ยนระบบหักลดหย่อนภาษีทุกชนิด
ในแต่ละปี เพื่อให้เก็บภาษีมูลค่าเพิ่มได้มากขึ้นอย่างน้อย 10 เท่า

1.1 บุคคลธรรมดา :

1.1.1 เปลี่ยนจาก เดิมที่หักลดหย่อนภาษีได้อย่างจำกัด และไม่ต้องใช้ใบกำกับภาษีซื้อ

1.1.2 เป็นต้องใช้ใบกำกับภาษีซื้อ และหักลดหย่อนภาษีได้อย่างไม่จำกัด

1.2 นิติบุคคล : เปลี่ยนจาก เดิมที่หักลดหย่อนภาษีได้อย่างจำกัด และมีค่าใช้จ่ายต้องห้าม เป็นสามารถหักค่าใช้จ่ายได้เต็มทุกรายการ ตามใบกำกับภาษีซื้ิอ

1.3 วิธีนี้จะทำให้การจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม พุ่งขึ้น 10 เท่า จนมีงบประมาณเพิ่มขึ้นทันทีมากกว่า 10 ล้านล้านบาท

1.4 บุคคลธรรมดา และนิติบุคคล จะซื้อสินค้าและบริการ ที่มีใบกำกับภาษีมากขึ้นหลาย 10 เท่า เพื่อนำไปหักเป็นค่าใช้จ่าย สำหรับลดภาษีเงินได้ ทำให้เกิดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นอีกหลาย 10 เท่า

1.5 ผู้ประกอบการที่สามารถออกใบกำกับภาษีได้ จะมียอดขายเพิ่มขึ้นทันทีหลายสิบเท่า

1.6 ผู้ประกอบการที่ไม่สามารถออกใบกำกับภาษีได้ จะยอมเข้าสู่ระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม เพื่อเพิ่มยอดขาย

1.7 บุคคลธรรมดา และนิติบุคคล จะใช้จ่ายแบบมีใบกำกับภาษีเพิ่มขึ้นทันที เพราะไม่มีค่าใช้จ่ายต้องห้ามอีกต่อไป สามารถหักค่าใช้จ่ายได้เต็มทุกรายการ ตามรายได้จริง

1.8 บุคคลธรรมดา และนิติบุคคล ที่เคยเลี่ยงภาษี ด้วยการกระจายรายได้ในชื่ออื่น จะเปลี่ยนมาแจ้งรายได้ตามจริง แล้วใช้วิธีหักค่าใช้จ่ายที่มีใบกำกับภาษีซื้อแทน ทำให้การพัฒนาประสิทธิภาพมากขึ้น เนื่องจากรายได้จริง กับรายได้ที่ยื่นเสียภาษี มีตัวเลขใกล้เคียงกันมากขึ้น

1.9 ระบบนี้จะทำให้เกิดการจ้างเจ้าหน้าที่อีกจำนวนมาก สำหรับบริหารจัดการใบกำกับภาษีปริมาณมหาศาลที่เพิ่มขึ้น และต้องสร้างอาคารสำนักงานอัจฉริยะเพิ่ม ที่มีเอไอและเซอร์ฟเวอร์ เพื่อแบ่งเบาภาระของเจ้าหน้าที่

1.10 ผู้เสียภาษีทุกคน มีสิทธิ์เข้าร่วมประชุมผู้ประกอบวิชาชีพกับคณะรัฐมนตรีอย่างน้อยปีละครั้ง

2. โครงการช่วยเหลือผู้เสียภาษี : รัฐจะให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำแก่ผู้ประกอบการที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม วงเงินกู้ตามยอดภาษีมูลค่าเพิ่มที่นำส่งในแต่ละปี เพื่อเป็นทุนหมุนเวียนในธุรกิจ เฉพาะสำหรับผู้ประกอบการที่ยื่นเสียภาษีตามรายได้จริง โดยคิดอัตราดอกเบี้ย ดังต่อไปนี้

2.1 มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน : อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 3 ต่อปี ระยะเวลาผ่อนชำระ 3 ปี

2.2 แบบนิติบุคคลค้ำประกัน : อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 6 ต่อปี ระยะเวลาผ่อนชำระ 3 ปี

2.3 แบบกลุ่มบุคคลค้ำประกัน : อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 9 ต่อปี ระยะเวลาผ่อนชำระ 3 ปี

3. บุคคลธรรมดาและนิติบุคคลรายได้สูงมาก ที่เคยเลี่ยงภาษีด้วยการกระจายเงินได้ในชื่อบุคคลอื่น หรือนิติบุคคลอำพราง จะหันมายื่นเสียภาษีตามรายได้จริง โดยใช้วิธีหักลดหย่อนภาษี ด้วยใบกำกับภาษีซื้อแทน ทำให้เก็บภาษีมูลค่าเพิ่มได้อีกหลาย 10 เท่า

โครงการสร้างอาชีพ เพื่อพลิกฟื้นเศรษฐกิจ :

สร้างหลักสูตรฝึกอาชีพให้คนรากหญ้าแบบฉุกเฉิน พร้อมเงินทุนหมุนเวียน ให้สามารถเพิ่มช่องทางในการประกอบอาชีพที่สร้างรายได้อย่างยั่งยืน

1. สำรวจความต้องการสินค้าและบริการของตลาดในแต่ละพื้นที่ทั่วประเทศ แล้วเพิ่มพื้นที่ประกอบอาชีพให้เพียงพอกับขนาดของตลาด ทั้งแบบออนไลน์และออฟไลน์

2. เปิดให้ประชาชนลงทะเบียนฝึกอาชีพ
ในแต่ละพื้นที่ ใครสอบผ่าน รัฐให้สินเชื่อเพื่อประกอบอาชีพ พร้อมเงินทุนหมุนเวียน
ผ่อนชำระวันละ 500 บาท

2.1 สินเชื่อแบบมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน : อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 3 ต่อปี

2.2 แบบกลุ่มบุคคลค้ำประกัน : อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 5 ต่อปี

2.3 แบบบุคคลค้ำประกัน : อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 7 ต่อปี ระยะเวลาผ่อนชำระ 3 ปี

3. วิธีนี้จะช่วยสร้างรายได้อย่างยั่งยืน และขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้อีกหลายล้านล้านบาท ครับ

 

เสนอแผนหารายได้เข้าประเทศไทย
" รวยทั่วหน้า อย่างไม่จำกัด "

พัฒนาการทำมาหารวยของคนไทย ในทุกระดับชั้นเบื้องต้น เพื่อค้าขายกับ คนรวย 34 ล้านคน คนฐานะปานกลาง 500 ล้านคน คนพอมีเงินอีก 2.6 พันล้านคน = คน 3,134 ล้านคนทั่วโลก

1. ขายสินค้าด้านการเกษตร ทั้งสดและแปรรูป ทุกคุณภาพ จนเกษตรกรร่ำรวย จนมีรายได้ปีละ 10 ล้านล้านบาท

1.1 ตั้งทีมการตลาด ส่งออกไปสำรวจความต้องการซื้อผลิตผลทางการเกษตรอย่างละเอียดใน 165 ประเทศทั่วโลก ว่าต้องการสายพันธุ์ไหน เกรดใด ขนาดเท่าไหร่ จำนวนกี่ตัน ราคาเท่าไหร่ ระดับความสุก แล้วอัพเดทลงฐานข้อมูลกลางทุกเดือน

1.2 วิจัยดินทั่วประเทศว่า พื้นที่ไหน เหมาะจะปลูกพืชชนิดไหน อย่างไรบ้าง เพื่อลดต้นทุนการบำรุงดินที่ไม่จำเป็น แล้วบันทึกข้อมูลลงในฐานข้อมูลคอมพิวเตอร์ออนไลน์

1.3 วิจัยพันธุ์พืช ให้ได้สายพันธุ์ที่ตรงตามความต้องการของตลาดมากที่สุด

1.4 ให้ทีมนักบัญชีและผู้เชี่ยวชาญด้านการปลูกพืชแต่ละชนิด ที่เก่งที่สุด คำณวนว่าพืชชนิดไหน สามารถทำกำไรสูงสุด ถึงต่ำสุดตามลำดับ เพื่อจัดลำดับคววามสำคัญในการเพาะปลูก ตามคุณภาพและปริมาณ

1.5 ทดลองปลูก แล้วให้นักการตลาด ส่งตัวอย่างผลผลิตออกไปทั่วโลก ให้ผูุ้สนใจสั่งซื้อชิม แล้วเปิดจองทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้า โดยมอบส่วนลดพิเศษให้ผู้ซื้อที่ชำระเงินทั้งหมดล่วงหน้า ภายใต้เงื่อนไขการรับประกันคุณภาพ และระยะเวลาการส่งมอบสินค้าที่ชัดเจน

1.6 รวบรวมคำสั่งซื้อ ด้วยระบบคอมพิวเตอร์ออนไลน์ แล้วให้เกษตรกรมาลงทะเบียน ตามคุณภาพดิน แหล่งน้ำ และพัฒนาความรู้ เพื่อดำเนินการเพาะปลูก ในจำนวนจำกัด ตามโควต้าการสั่งซื้อพืชผลแต่ละชนิด ภายใต้การควบคุมคุณภาพอย่างเข้มงวด โดยรัฐบาลรับประกันราคารับซื้อในอัตรา 80 % ของราคาในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ตามจำนวนผลผลิต ที่ได้ลงทะเบียนไว้

1.7 เมื่อผลผลิตพร้อมส่งมอบ ต้องตรวจสอบคุณภาพอย่างละเอียด แล้วส่งออกทั่วโลก โดยเกษตรกรต้องเสียภาษีเงินได้ เพื่อเป็นเงินทุนในการพัฒนาเกษตรปลอดสารพิษคุณภาพสูงที่ขายได้ราคาต่อไป

1.8 หลังเก็บเกี่ยว เกษตรกรต้องบำรุงดิน ให้อุดมสมบูรณ์ เพื่อเพาะปลูกพืช ตามคำสั่งซื้อต่อไป

1.9 เชิญพี่น้องเกษตร ร่วมแสดงความคิดเห็น เพื่อแก้ไขเพิ่มเติมด้วยครับ

2. พัฒนาเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวระดับโลก ให้มีรายได้ปีละ 10 ล้านล้านบาท

2.1 ฝึกคนไทยในแหล่งท่องเที่ยวทุกคน ให้พูดภาษาอังกฤษและภาษาจีนได้

2.2 พัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเพิ่มเติมทั่วประเทศ

2.3 เชิญนักธุรกิจทัวร์จาก 165 ประเทศทั่วโลกมาสำรวจแหล่งท่องเที่ยวทั่วประเทศไทย เพื่อนำนักท่องเที่ยวจากทุกประเทศ มาเที่ยวในแต่ละพื้นที่ของประเทศไทยตามงบประมาณของแต่ละคน

3. พัฒนาเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ ระดับโลก ให้มีรายได้ปีละ 10 ล้านล้านบาท

4. พัฒนาเป็นศูนย์หลังเกษียณโลก ที่คุ้มค่าที่สุด จนทุกคนจากทั่วโลก อยากมาใช้ชีวิตในบั้นปลาย เพื่อสร้างรายได้ปีละ 10 ล้านล้านบาท เข้าประเทศ

รวม 40 ล้านล้านบาท

ขอเสนอให้กระตุ้นเศรษฐกิจ ด้วยโครงการขนาดใหญ่ โดยให้เอกชนเป็นผู้ลงทุน เพื่อให้ประเทศไทย เป็นศูนย์กลางด้านการเกษตร ขนส่ง ศูนย์หลังเกษียณ ศูนย์การแพทย์ ศูนย์อาหาร และท่องเที่ยวในระดับโลก :

1. สร้างรถไฟรางคู่ ขนาดรางกว้าง 1.435 เมตร ความเร็ว 180 กิโลเมตร ต่อชั่วโมง เชื่อมทุกจังหวัดกับ จีน พม่า อินเดีย ลาว กัมพูชา เวียดนาม มาเลเซีย สิงคโปร์
พร้อมมอเตอร์เวย์ สนามบิน และเครือข่ายระบบขนส่งสาธารณะ ให้ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ เพื่อการเดินทาง ส่งออกสินค้าจากทุกจังหวัด ไปต่างประเทศ ได้โดยสะดวก รวดเร็ว และประหยัดค่าขนส่ง

2. ขุดคอคอดกระ หรือคลองไทย เพื่อเพิ่มศักยภาพทั้งทางเศรษฐกิจ และทางการทหาร ให้กับประเทศไทยอย่างก้าวกระโดด

นโยบายพัฒนาการศึกษาแบบทวีคูณ

1. สร้างระบบซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ความเร็วสูง เป็นศูนย์รวมความรู้รอบด้าน โดยจัดเก็บหนังสือที่มีการตีพิมพ์เป็นภาษาไทยทุกเล่ม รวมถึงงานวิจัย วิทยานิพนธ์ของทุกสถาบันการศึกษา ในรูปแบบ PDF ให้อ่านและดาวน์โหลดได้ฟรีผ่านระบบอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง เพื่อให้คนไทยทุกคน สามารถเข้าถึงความรู้ได้อย่างเท่าเทียมกัน
โครงการนี้แม้ต้องใช้เงินลงทุนหนึ่งแสนล้านบาท แต่สามารถเพิ่มศักยภาพในด้านการผลิตและบริการให้กับคนไทยทั้งประเทศได้อย่างก้าวกระโดด เพิ่มจีดีพีได้อีกปีละหลายล้านล้านบาทครับ
จึงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่ามากที่สุดโครงการหนึ่ง

2. บันทึกวีดีโอการสอนทุกวิชา ของอาจารย์ชั้นนำ ตั้งแต่ระดับอนุบาลไปจนถึงระดับปริญญาโท แล้วเผยแพร่ออนไลน์ผ่านอินเตอร์เน็ตใยแก้วนำแสงความเร็วสูง ให้นักเรียน นักศึกษา ทุกคนสามารถรับชมได้ฟรี มีการอัพเดททุกวัน

3. ปัญหาการศึกษาเมืองไทยคือ ขาดครูที่สอนหนังสือรู้เรื่อง ครูที่สอนเก่งๆ เขาไปสอนพิเศษหาเงินกันหมด เราได้ยินบ่อยๆ ว่าขาดแคลนครู หาครูที่เก่งๆ มาสอนไม่ได้ แต่เรามีครูสอนพิเศษเก่งๆ หลายท่านใน กทม. ที่เวลาปิดเทอมนักเรียนต่างจังหวัดต้องแห่เข้ามาเรียนถึงกรุงเทพ
จึงขอเสนอให้ทางรัฐบาล ใช้งบประมาณอีกปีละหนึ่งพันล้านบาท จ้างครูสอนพิเศษที่สอนเก่งๆ หรือครูในโรงเรียนดังๆ ที่สอนเก่งๆ มาอัดวีดีโอความคมชัดสูง สอนแต่ละวิชา ในทุกระดับชั้น แล้วอัพโหลดไว้บนคอมพิวเตอร์เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตความเร็วสูงสุดให้นักเรียน นักศึกษา ครู และประชาชนทั่วประเทศ สามารถดูและดาวน์โหลดบันทึกเก็บไว้ได้ตลอดเวลา

4. ซื้อจอขนาดใหญ่ ตั้งไว้ในห้องเรียนแต่ละห้องแทนค่าจ้างครูที่ไม่ได้คุณภาพ ส่งบทเรียนผ่านทางเครือข่ายไปให้นักเรียนเรียนตามตารางเรียนของแต่ละห้อง ไม่ว่าจะอยู่ชายแดน หรือกทม. เรียนพร้อมกันหมด จากครูที่เก่งที่สุดของประเทศเหมือนกันหมด โรงเรียนแต่ละโรงเรียน ก็ไม่ต้องจ้างครูแต่ละวิชามาสอน จ้างแค่ครูประจำชั้นมานั่งคุม และคอยอบรมความประพฤติ ศึลธรรมของเด็ก และครูในวิชาที่จำเป็น เช่นพละ ดนตรีฯลฯ จะได้ไม่มีปัญหาขาดแคลนครูที่มีคุณภาพ

5. ยกตัวอย่างครูคุณภาพสูงให้ดูนะครับ เช่น ครูอุ๊ที่สอนเคมีเด็กนักเรียน ม.ปลายในคลิปนี้
http://www.youtube.com/watch?v=J4dRRx_SbXY

เด็กนักเรียนที่มาเรียนบอกเหมือนกันหมดว่า สอนแล้วเข้าใจกว่าครูที่โรงเรียน
ครูอุ๊เป็นครูโรงเรียนสามเสน สอนเคมีมาหลายสิบปี ลาออกมาสอนพิเศษ
ทำไมเมืองไทยไม่ให้เด็กนักเรียนเรียนเคมีกับครูอุ๊ หรือที่สอนเก่งกว่าครูอุ๊ให้เหมือนกันหมดทั้งประเทศ

6. ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมต้องไปเหนื่อยพัฒนาครูสอนเคมีเป็นพันๆ คน ซึ่งได้ครูที่สอนเคมีแล้วรู้เรื่องไม่ถึง 50 คน
ปัจจุบันพวกโรงเรียนสอนพิเศษเขาไปไกลแล้ว เขานั่งสอนสดอยู่ที่สาขาใหญ่สาขาเดียว แล้วถ่ายทอดไปให้นักเรียนสาขาอื่นดูหลังจากนั้น 1 วัน สอนกันทีนึงเป็นสิบๆ สาขาเลย แต่ละปีเขาก็มีอัพเดทเนื้อหาเปลี่ยนแปลงทุกปีให้ทันสมัย ทำไมโรงเรียนกทม. หรือโรงเรียนรัฐบาลไม่เอาวิธีนี้ไปใช้ อาจลองเอาไปให้โรงเรียนใน กทม. ทำดูก่อน แล้วค่อยขยายไปโรงเรียนสังกัดสพฐ และโรงเรียนประชาบาลห่างไกลครับ

7. สร้างระบบซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ความเร็วสูง รวมความรู้รอบด้าน ให้คนไทยทุกคน สามารถเข้าถึงได้ฟรี อย่างเท่าเทียมกัน

8. จ้างครู อาจารย์ นักวิจัย ปราชญ์ชาวบ้าน ผู้เชี่ยวชาญในแต่ละสาขาวิชาชีพ ที่สอนเก่ง เข้าใจง่าย ในแต่ละวิชา มาอัดวีดีโอความคมชัดสูง บันทึกการสอนแต่ละวิชาชีพ ในทุกระดับชั้น เก็บไว้บนคอมพิวเตอร์ออนไลน์ ให้คนไทยทุกคนเข้าถึงได้ฟรี อย่างเท่าเทียมกัน

9. เรียนฟรี ถึงปริญญาเอก

10. สอนคนไทยทุกคนให้ใช้โซเชี่ยลมีเดีย กูเกิ้ล เว็บไซต์ และทำดิจิตอลมาร์เก็ตติ้งเป็น

ขอบคุณ คุณสุพจน์ ธิติประเสริฐ เพื่อนร่วมรุ่น โรงเรียนบูรณะรำลึกตรัง สำหรับไอเดียนะครับ

แผนพัฒนาศักยภาพสำหรับรัฐบาลลุงตู่

1. เรียนต่อ พัฒนาบุคลิกภาพ ภาษาอังกฤษ จีน

1.1 แนะนำหนังสือ : คิดแล้วรวย ศาสตร์แห่งความสำเร็จ คิดใหญ่ไม่คิดเล็ก

2. ต้องมีวอร์รูมแห่งชาติ ทันต่อสถานการณ์บ้านเมือง

3. ระดมคนเก่งจากทุกสาขาอาชีพ ที่รู้ลึก รู้จริง มาช่วยแก้ปัญหาแบบครบวงจร

4. มีเซลวิ่งขายสินค้าและบริการของไทย ใน 165 ประเทศทั่วโลก

5. จุดแข็งลุงตู่ : เข้มแข็ง เด็ดขาด กล้าตัดสินใจ

6. จุดอ่อน :

6.1 ขาดศิลปะการพูดในที่ชุมนุมชน ซึ่งฝึกได้

6.2 ภาษาไทย และจีน ฝึกได้

หัวใจของการแก้ปัญหาประเทศ :

1. คนฉลาดน้อย ปกครองง่าย
คนยากจน ก็ปกครองง่

ษีซื้อ และหักลดหย่อนภาษีได้อย่างไม่จำกัด

1.2 นิติบุคคล : เปลี่ยนจาก เดิมที่หักลดหย่อนภาษีได้อย่างจำกัด และมีค่าใช้จ่ายต้องห้าม เป็นสามารถหักค่าใช้จ่ายได้เต็มทุกรายการ ตามใบกำกับภาษีซื้ิอ

1.3 วิธีนี้จะทำให้การจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม พุ่งขึ้น 10 เท่า จนมีงบประมาณเพิ่มขึ้นทันทีมากกว่า 10 ล้านล้านบาท

1.4 บุคคลธรรมดา และนิติบุคคล จะซื้อสินค้าและบริการ ที่มีใบกำกับภาษีมากขึ้นหลาย 10 เท่า เพื่อนำไปหักเป็นค่าใช้จ่าย สำหรับลดภาษีเงินได้ ทำให้เกิดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นอีกหลาย 10 เท่า

1.5 ผู้ประกอบการที่สามารถออกใบกำกับภาษีได้ จะมียอดขายเพิ่มขึ้นทันทีหลายสิบเท่า

1.6 ผู้ประกอบการที่ไม่สามารถออกใบกำกับภาษีได้ จะยอมเข้าสู่ระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม เพื่อเพิ่มยอดขาย

1.7 บุคคลธรรมดา และนิติบุคคล จะใช้จ่ายแบบมีใบกำกับภาษีเพิ่มขึ้นทันที เพราะไม่มีค่าใช้จ่ายต้องห้ามอีกต่อไป สามารถหักค่าใช้จ่ายได้เต็มทุกรายการ ตามรายได้จริง

1.8 บุคคลธรรมดา และนิติบุคคล ที่เคยเลี่ยงภาษี ด้วยการกระจายรายได้ในชื่ออื่น จะเปลี่ยนมาแจ้งรายได้ตามจริง แล้วใช้วิธีหักค่าใช้จ่ายที่มีใบกำกับภาษีซื้อแทน ทำให้การพัฒนาประสิทธิภาพมากขึ้น เนื่องจากรายได้จริง กับรายได้ที่ยื่นเสียภาษี มีตัวเลขใกล้เคียงกันมากขึ้น

1.9 ระบบนี้จะทำให้เกิดการจ้างเจ้าหน้าที่อีกจำนวนมาก สำหรับบริหารจัดการใบกำกับภาษีปริมาณมหาศาลที่เพิ่มขึ้น และต้องสร้างอาคารสำนักงานอัจฉริยะเพิ่ม ที่มีเอไอและเซอร์ฟเวอร์ เพื่อแบ่งเบาภาระของเจ้าหน้าที่

1.10 ผู้เสียภาษีทุกคน มีสิทธิ์เข้าร่วมประชุมผู้ประกอบวิชาชีพกับคณะรัฐมนตรีอย่างน้อยปีละครั้ง

2. โครงการช่วยเหลือผู้เสียภาษี : รัฐจะให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำแก่ผู้ประกอบการที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม วงเงินกู้ตามยอดภาษีมูลค่าเพิ่มที่นำส่งในแต่ละปี เพื่อเป็นทุนหมุนเวียนในธุรกิจ เฉพาะสำหรับผู้ประกอบการที่ยื่นเสียภาษีตามรายได้จริง โดยคิดอัตราดอกเบี้ย ดังต่อไปนี้

2.1 มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน : อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 3 ต่อปี ระยะเวลาผ่อนชำระ 3 ปี

2.2 แบบนิติบุคคลค้ำประกัน : อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 6 ต่อปี ระยะเวลาผ่อนชำระ 3 ปี

2.3 แบบกลุ่มบุคคลค้ำประกัน : อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 9 ต่อปี ระยะเวลาผ่อนชำระ 3 ปี

3. บุคคลธรรมดาและนิติบุคคลรายได้สูงมาก ที่เคยเลี่ยงภาษีด้วยการกระจายเงินได้ในชื่อบุคคลอื่น หรือนิติบุคคลอำพราง จะหันมายื่นเสียภาษีตามรายได้จริง โดยใช้วิธีหักลดหย่อนภาษี ด้วยใบกำกับภาษีซื้อแทน ทำให้เก็บภาษีมูลค่าเพิ่มได้อีกหลาย 10 เท่า

โครงการสร้างอาชีพ เพื่อพลิกฟื้นเศรษฐกิจ :

สร้างหลักสูตรฝึกอาชีพให้คนรากหญ้าแบบฉุกเฉิน พร้อมเงินทุนหมุนเวียน ให้สามารถเพิ่มช่องทางในการประกอบอาชีพที่สร้างรายได้อย่างยั่งยืน

1. สำรวจความต้องการสินค้าและบริการของตลาดในแต่ละพื้นที่ทั่วประเทศ แล้วเพิ่มพื้นที่ประกอบอาชีพให้เพียงพอกับขนาดของตลาด ทั้งแบบออนไลน์และออฟไลน์

2. เปิดให้ประชาชนลงทะเบียนฝึกอาชีพ
ในแต่ละพื้นที่ ใครสอบผ่าน รัฐให้สินเชื่อเพื่อประกอบอาชีพ พร้อมเงินทุนหมุนเวียน
ผ่อนชำระวันละ 500 บาท

2.1 สินเชื่อแบบมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน : อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 3 ต่อปี

2.2 แบบกลุ่มบุคคลค้ำประกัน : อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 5 ต่อปี

2.3 แบบบุคคลค้ำประกัน : อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 7 ต่อปี ระยะเวลาผ่อนชำระ 3 ปี

3. วิธีนี้จะช่วยสร้างรายได้อย่างยั่งยืน และขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้อีกหลายล้านล้านบาท ครับ

 

เสนอแผนหารายได้เข้าประเทศไทย
" รวยทั่วหน้า อย่างไม่จำกัด "

พัฒนาการทำมาหารวยของคนไทย ในทุกระดับชั้นเบื้องต้น เพื่อค้าขายกับ คนรวย 34 ล้านคน คนฐานะปานกลาง 500 ล้านคน คนพอมีเงินอีก 2.6 พันล้านคน = คน 3,134 ล้านคนทั่วโลก

1. ขายสินค้าด้านการเกษตร ทั้งสดและแปรรูป ทุกคุณภาพ จนเกษตรกรร่ำรวย จนมีรายได้ปีละ 10 ล้านล้านบาท

1.1 ตั้งทีมการตลาด ส่งออกไปสำรวจความต้องการซื้อผลิตผลทางการเกษตรอย่างละเอียดใน 165 ประเทศทั่วโลก ว่าต้องการสายพันธุ์ไหน เกรดใด ขนาดเท่าไหร่ จำนวนกี่ตัน ราคาเท่าไหร่ ระดับความสุก แล้วอัพเดทลงฐานข้อมูลกลางทุกเดือน

1.2 วิจัยดินทั่วประเทศว่า พื้นที่ไหน เหมาะจะปลูกพืชชนิดไหน อย่างไรบ้าง เพื่อลดต้นทุนการบำรุงดินที่ไม่จำเป็น แล้วบันทึกข้อมูลลงในฐานข้อมูลคอมพิวเตอร์ออนไลน์

1.3 วิจัยพันธุ์พืช ให้ได้สายพันธุ์ที่ตรงตามความต้องการของตลาดมากที่สุด

1.4 ให้ทีมนักบัญชีและผู้เชี่ยวชาญด้านการปลูกพืชแต่ละชนิด ที่เก่งที่สุด คำณวนว่าพืชชนิดไหน สามารถทำกำไรสูงสุด ถึงต่ำสุดตามลำดับ เพื่อจัดลำดับคววามสำคัญในการเพาะปลูก ตามคุณภาพและปริมาณ

1.5 ทดลองปลูก แล้วให้นักการตลาด ส่งตัวอย่างผลผลิตออกไปทั่วโลก ให้ผูุ้สนใจสั่งซื้อชิม แล้วเปิดจองทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้า โดยมอบส่วนลดพิเศษให้ผู้ซื้อที่ชำระเงินทั้งหมดล่วงหน้า ภายใต้เงื่อนไขการรับประกันคุณภาพ และระยะเวลาการส่งมอบสินค้าที่ชัดเจน

1.6 รวบรวมคำสั่งซื้อ ด้วยระบบคอมพิวเตอร์ออนไลน์ แล้วให้เกษตรกรมาลงทะเบียน ตามคุณภาพดิน แหล่งน้ำ และพัฒนาความรู้ เพื่อดำเนินการเพาะปลูก ในจำนวนจำกัด ตามโควต้าการสั่งซื้อพืชผลแต่ละชนิด ภายใต้การควบคุมคุณภาพอย่างเข้มงวด โดยรัฐบาลรับประกันราคารับซื้อในอัตรา 80 % ของราคาในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ตามจำนวนผลผลิต ที่ได้ลงทะเบียนไว้

1.7 เมื่อผลผลิตพร้อมส่งมอบ ต้องตรวจสอบคุณภาพอย่างละเอียด แล้วส่งออกทั่วโลก โดยเกษตรกรต้องเสียภาษีเงินได้ เพื่อเป็นเงินทุนในการพัฒนาเกษตรปลอดสารพิษคุณภาพสูงที่ขายได้ราคาต่อไป

1.8 หลังเก็บเกี่ยว เกษตรกรต้องบำรุงดิน ให้อุดมสมบูรณ์ เพื่อเพาะปลูกพืช ตามคำสั่งซื้อต่อไป

1.9 เชิญพี่น้องเกษตร ร่วมแสดงความคิดเห็น เพื่อแก้ไขเพิ่มเติมด้วยครับ

2. พัฒนาเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวระดับโลก ให้มีรายได้ปีละ 10 ล้านล้านบาท

2.1 ฝึกคนไทยในแหล่งท่องเที่ยวทุกคน ให้พูดภาษาอังกฤษและภาษาจีนได้

2.2 พัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเพิ่มเติมทั่วประเทศ

2.3 เชิญนักธุรกิจทัวร์จาก 165 ประเทศทั่วโลกมาสำรวจแหล่งท่องเที่ยวทั่วประเทศไทย เพื่อนำนักท่องเที่ยวจากทุกประเทศ มาเที่ยวในแต่ละพื้นที่ของประเทศไทยตามงบประมาณของแต่ละคน

3. พัฒนาเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ ระดับโลก ให้มีรายได้ปีละ 10 ล้านล้านบาท

4. พัฒนาเป็นศูนย์หลังเกษียณโลก ที่คุ้มค่าที่สุด จนทุกคนจากทั่วโลก อยากมาใช้ชีวิตในบั้นปลาย เพื่อสร้างรายได้ปีละ 10 ล้านล้านบาท เข้าประเทศ

รวม 40 ล้านล้านบาท

ขอเสนอให้กระตุ้นเศรษฐกิจ ด้วยโครงการขนาดใหญ่ โดยให้เอกชนเป็นผู้ลงทุน เพื่อให้ประเทศไทย เป็นศูนย์กลางด้านการเกษตร ขนส่ง ศูนย์หลังเกษียณ ศูนย์การแพทย์ ศูนย์อาหาร และท่องเที่ยวในระดับโลก :

1. สร้างรถไฟรางคู่ ขนาดรางกว้าง 1.435 เมตร ความเร็ว 180 กิโลเมตร ต่อชั่วโมง เชื่อมทุกจังหวัดกับ จีน พม่า อินเดีย ลาว กัมพูชา เวียดนาม มาเลเซีย สิงคโปร์
พร้อมมอเตอร์เวย์ สนามบิน และเครือข่ายระบบขนส่งสาธารณะ ให้ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ เพื่อการเดินทาง ส่งออกสินค้าจากทุกจังหวัด ไปต่างประเทศ ได้โดยสะดวก รวดเร็ว และประหยัดค่าขนส่ง

2. ขุดคอคอดกระ หรือคลองไทย เพื่อเพิ่มศักยภาพทั้งทางเศรษฐกิจ และทางการทหาร ให้กับประเทศไทยอย่างก้าวกระโดด

นโยบายพัฒนาการศึกษาแบบทวีคูณ

1. สร้างระบบซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ความเร็วสูง เป็นศูนย์รวมความรู้รอบด้าน โดยจัดเก็บหนังสือที่มีการตีพิมพ์เป็นภาษาไทยทุกเล่ม รวมถึงงานวิจัย วิทยานิพนธ์ของทุกสถาบันการศึกษา ในรูปแบบ PDF ให้อ่านและดาวน์โหลดได้ฟรีผ่านระบบอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง เพื่อให้คนไทยทุกคน สามารถเข้าถึงความรู้ได้อย่างเท่าเทียมกัน
โครงการนี้แม้ต้องใช้เงินลงทุนหนึ่งแสนล้านบาท แต่สามารถเพิ่มศักยภาพในด้านการผลิตและบริการให้กับคนไทยทั้งประเทศได้อย่างก้าวกระโดด เพิ่มจีดีพีได้อีกปีละหลายล้านล้านบาทครับ
จึงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่ามากที่สุดโครงการหนึ่ง

2. บันทึกวีดีโอการสอนทุกวิชา ของอาจารย์ชั้นนำ ตั้งแต่ระดับอนุบาลไปจนถึงระดับปริญญาโท แล้วเผยแพร่ออนไลน์ผ่านอินเตอร์เน็ตใยแก้วนำแสงความเร็วสูง ให้นักเรียน นักศึกษา ทุกคนสามารถรับชมได้ฟรี มีการอัพเดททุกวัน

3. ปัญหาการศึกษาเมืองไทยคือ ขาดครูที่สอนหนังสือรู้เรื่อง ครูที่สอนเก่งๆ เขาไปสอนพิเศษหาเงินกันหมด เราได้ยินบ่อยๆ ว่าขาดแคลนครู หาครูที่เก่งๆ มาสอนไม่ได้ แต่เรามีครูสอนพิเศษเก่งๆ หลายท่านใน กทม. ที่เวลาปิดเทอมนักเรียนต่างจังหวัดต้องแห่เข้ามาเรียนถึงกรุงเทพ
จึงขอเสนอให้ทางรัฐบาล ใช้งบประมาณอีกปีละหนึ่งพันล้านบาท จ้างครูสอนพิเศษที่สอนเก่งๆ หรือครูในโรงเรียนดังๆ ที่สอนเก่งๆ มาอัดวีดีโอความคมชัดสูง สอนแต่ละวิชา ในทุกระดับชั้น แล้วอัพโหลดไว้บนคอมพิวเตอร์เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตความเร็วสูงสุดให้นักเรียน นักศึกษา ครู และประชาชนทั่วประเทศ สามารถดูและดาวน์โหลดบันทึกเก็บไว้ได้ตลอดเวลา

4. ซื้อจอขนาดใหญ่ ตั้งไว้ในห้องเรียนแต่ละห้องแทนค่าจ้างครูที่ไม่ได้คุณภาพ ส่งบทเรียนผ่านทางเครือข่ายไปให้นักเรียนเรียนตามตารางเรียนของแต่ละห้อง ไม่ว่าจะอยู่ชายแดน หรือกทม. เรียนพร้อมกันหมด จากครูที่เก่งที่สุดของประเทศเหมือนกันหมด โรงเรียนแต่ละโรงเรียน ก็ไม่ต้องจ้างครูแต่ละวิชามาสอน จ้างแค่ครูประจำชั้นมานั่งคุม และคอยอบรมความประพฤติ ศึลธรรมของเด็ก และครูในวิชาที่จำเป็น เช่นพละ ดนตรีฯลฯ จะได้ไม่มีปัญหาขาดแคลนครูที่มีคุณภาพ

5. ยกตัวอย่างครูคุณภาพสูงให้ดูนะครับ เช่น ครูอุ๊ที่สอนเคมีเด็กนักเรียน ม.ปลายในคลิปนี้
http://www.youtube.com/watch?v=J4dRRx_SbXY

เด็กนักเรียนที่มาเรียนบอกเหมือนกันหมดว่า สอนแล้วเข้าใจกว่าครูที่โรงเรียน
ครูอุ๊เป็นครูโรงเรียนสามเสน สอนเคมีมาหลายสิบปี ลาออกมาสอนพิเศษ
ทำไมเมืองไทยไม่ให้เด็กนักเรียนเรียนเคมีกับครูอุ๊ หรือที่สอนเก่งกว่าครูอุ๊ให้เหมือนกันหมดทั้งประเทศ

6. ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมต้องไปเหนื่อยพัฒนาครูสอนเคมีเป็นพันๆ คน ซึ่งได้ครูที่สอนเคมีแล้วรู้เรื่องไม่ถึง 50 คน
ปัจจุบันพวกโรงเรียนสอนพิเศษเขาไปไกลแล้ว เขานั่งสอนสดอยู่ที่สาขาใหญ่สาขาเดียว แล้วถ่ายทอดไปให้นักเรียนสาขาอื่นดูหลังจากนั้น 1 วัน สอนกันทีนึงเป็นสิบๆ สาขาเลย แต่ละปีเขาก็มีอัพเดทเนื้อหาเปลี่ยนแปลงทุกปีให้ทันสมัย ทำไมโรงเรียนกทม. หรือโรงเรียนรัฐบาลไม่เอาวิธีนี้ไปใช้ อาจลองเอาไปให้โรงเรียนใน กทม. ทำดูก่อน แล้วค่อยขยายไปโรงเรียนสังกัดสพฐ และโรงเรียนประชาบาลห่างไกลครับ

7. สร้างระบบซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ความเร็วสูง รวมความรู้รอบด้าน ให้คนไทยทุกคน สามารถเข้าถึงได้ฟรี อย่างเท่าเทียมกัน

8. จ้างครู อาจารย์ นักวิจัย ปราชญ์ชาวบ้าน ผู้เชี่ยวชาญในแต่ละสาขาวิชาชีพ ที่สอนเก่ง เข้าใจง่าย ในแต่ละวิชา มาอัดวีดีโอความคมชัดสูง บันทึกการสอนแต่ละวิชาชีพ ในทุกระดับชั้น เก็บไว้บนคอมพิวเตอร์ออนไลน์ ให้คนไทยทุกคนเข้าถึงได้ฟรี อย่างเท่าเทียมกัน

9. เรียนฟรี ถึงปริญญาเอก

10. สอนคนไทยทุกคนให้ใช้โซเชี่ยลมีเดีย กูเกิ้ล เว็บไซต์ และทำดิจิตอลมาร์เก็ตติ้งเป็น

ขอบคุณ คุณสุพจน์ ธิติประเสริฐ เพื่อนร่วมรุ่น โรงเรียนบูรณะรำลึกตรัง สำหรับไอเดียนะครับ

แผนพัฒนาศักยภาพสำหรับรัฐบาลลุงตู่

1. เรียนต่อ พัฒนาบุคลิกภาพ ภาษาอังกฤษ จีน

1.1 แนะนำหนังสือ : คิดแล้วรวย ศาสตร์แห่งความสำเร็จ คิดใหญ่ไม่คิดเล็ก

2. ต้องมีวอร์รูมแห่งชาติ ทันต่อสถานการณ์บ้านเมือง

3. ระดมคนเก่งจากทุกสาขาอาชีพ ที่รู้ลึก รู้จริง มาช่วยแก้ปัญหาแบบครบวงจร

4. มีเซลวิ่งขายสินค้าและบริการของไทย ใน 165 ประเทศทั่วโลก

5. จุดแข็งลุงตู่ : เข้มแข็ง เด็ดขาด กล้าตัดสินใจ

6. จุดอ่อน :

6.1 ขาดศิลปะการพูดในที่ชุมนุมชน ซึ่งฝึกได้

6.2 ภาษาไทย และจีน ฝึกได้

หัวใจของการแก้ปัญหาประเทศ :

1. คนฉลาดน้อย ปกครองง่าย
คนยากจน ก็ปกครองง่